รวบสาวแสบ ฉ้อโกงหลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนม เสียหาย 25 ล้าน ใช้บัตรประชาชนคนอื่นปลอมตัว

7.08.23 | 22:25 น.

รวบสาวแสบ ฉ้อโกงหลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนม เสียหาย 25 ล้าน ใช้บัตรประชาชนคนอื่นปลอมตัว


วันที่ 7 ส.ค. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9, พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด , พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.บก.น.9, พ.ต.ท.ประทีป กาวิน รอง ผกก.ฯ , พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ รอง ผกก.ฯ ,พ.ต.ท.วรวิทย์ จันทร์วรศิริ รอง ผกก.ฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.9 ประกอบด้วย
พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ ธัยยามาตร์ สว.กก.สส.บก.น.9, ร.ต.อ.ภิรมย์ ทองภูบาล, ร.ต.อ.สิทธิพงษ์ แก่นพรม รอง สว.กก.สส.บก.น.9 , ด.ต.บรรลือ พรมมี , จ.ส.ต.อริยะ ศรีอุดร , ส.ต.อ.ธวัชภูมิ ทองนุ่ม ผบ.หมู่ กก.สส.บก.น.9

ได้ร่วมกับจับกุมนางสาวชญาณ์ศาศ์ หรือบี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ตามหมายจับของ
ศาลแขวงพระนครใต้ ที่ 45/2561 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ”

พฤติการณ์คือ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายมาว่าแจ้งความเดือดร้อนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 9 ว่ามีผู้หญิงไม่ทราบชื่อ ได้นำบัตรประชาชนของผู้อื่น มาแสดงตนเป็นตนเอง เช่าห้องพักของผู้เสียหายแล้วค้างค่าเช่าจ่ายเช็คเด้งแล้วหลบหนีไป ไม่ทราบว่าเป็นใคร ต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดตามให้เพื่อมาดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 9 จึงได้สืบทราบจนพบว่าผู้ต้องหา คือ นางสาวชญาณ์ศาศ์ หรือบี (ขอสงวนนามสกุล)

Advertisement

เมื่อตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมพบข้อมูลว่า นางสาวชญาณ์ศาศ์ หรือบีฯ เคยมีประวัติฉ้อโกงเกี่ยวกับการขายกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อต่างๆ มีผู้เสียหายหลายราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 25 ล้านบาท ทั้งนี้นางสาวชญาณ์ศาศ์ หรือบีฯ ยังมีประวัติคดีเกี่ยวกับเรื่องเช็คเด้ง และ ฉ้อโกงรวม 7 คดี มีหมายจับสถานีตำรวจ พื้นที่ ต่างๆ เช่น สน.ทองหล่อ, สน.สายไหม, สภ.แสนภูดาษ, สภ.เมืองเพชรบูรณ์ รวม 4 หมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามไปจับกุมได้ที่ ห้องพักรายวัน ซอยกรุงธนบุรีซอย 4 ซึ่งผู้ต้องหาได้มาหลบพักอาศัยรายวัน ย้ายสถานที่ไปเรื่อย

เมื่อจับกุมได้นางสาวชญาณ์ศาศ์ หรือบี ให้การว่าในช่วงประมาณปี พ.ศ.2558 เคยทำธุรกิจนำเข้ากระเป๋าแบรนด์เนม ขายให้กับลูกค้าที่สนใจทั่วไป มาหลายปี ก่อนหน้านั้นมีกำไรเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งมีผู้ร่วมลงทุน แล้วมีการได้กำไรตอบแทนกันระยะนึง จนถึงช่วงประมาณปี พ.ศ.2560 เกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทัน ไม่มีกำไรและทุนคืนให้กับผู้เสียหายหลายราย จนเกิดเป็นปัญหา

หลังจากนั้นได้หลบหนีหมายจับไปพักอาศัยที่ต่างๆ ประมาณ 5 ปี ใช้บัตรประชาชนของพี่สาวตนเอง ปลอมเป็นตนเอง เช่าห้องพัก เช่าคอนโดหลายแห่ง และได้ติดค้างค่าเช่า มีการออกเช็คชำระค่าห้องเช่าเป็นชื่อพี่สาว ทำให้พี่สาวถูกออกหมายจับเพิ่มเติมอีก และเปลี่ยนที่พักโดยอ้างว่าตนคือพี่สาวไปเรื่อย จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 9 ได้ประสานผู้เสียหายในคดีแล้ว ผู้เสียหายได้กล่าวชื่นชมดีใจทั้งน้ำตาแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจว่าดีใจมากที่มีความคืบหน้า รอมา 5 ปี ไม่มีความคืบหน้าอะไร จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 9 ติดต่อมาแล้วจับกุมผู้ต้องหาได้

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัว นางสาวชญาณ์ศาศ์ หรือบีฯ ส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป