พ่อจุกอก ลูกชายวัย 17 ถูกยิงทะลุอก วอน ตร.เร่งล่าตัวคนร้าย
จากกรณี นายพีรพัฒน์ หรือน้องพี อายุ 17 ปี กับกลุ่มเพื่อนรวม 6 คน ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายผู้หญิง ตามมาดักยิงที่หน้าซอยปากทางเข้าบ้าน ซึ่งเป็นปากทางเข้าบ้านเพื่อนในกลุ่ม ต่างวิ่งหลบหนีเข้าไปในบ้าน ทำให้รู้ว่าน้องพีถูกยิงเข้ากลางอกบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เหตุเกิดคืนวันที่ 30 สิงหาคม
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.บ้านเทื่อม อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งตำรวจได้เร่งตรวจภาพวงจรปิด ตามเส้นทางที่คนร้ายขี่จักรยานยนต์ผ่าน เพื่อหาหลักฐานติดตามผู้ก่อเหตุ ซึ่งตำรวจเปิดเผยว่า กลุ่มผู้เสียชีวิตต่างยืนยันว่า คนร้ายที่ดักยิงคือนายแป๊บ ซึ่งเป็นคู่อริ มีเรื่องชกต่อยทะเลาะวิวาทกันที่งานบุญบั้งไฟเมื่อปีก่อน
ตำรวจได้เชิญตัวนายแป๊บ ซึ่งทำงานอยู่โรงงานน้ำตาล มาสอบปากคำ ซึ่งนายแป๊บให้การปฏิเสธ โดยมีหลักฐานเป็นการสแกนนิ้วมือเข้าทำงานเวลา 19.00 น. โดยมีเพื่อนร่วมงานเป็นพยานว่าขณะเกิดเหตุ นายแป๊บทำงานอยู่ในโรงงานน้ำตาล จึงประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจหาเขม่าดินปืนที่มือ เพื่อส่งตรวจต่อไป
ส่วนที่วัดป่าช้าบ้านเทื่อม ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งญาติและเพื่อนบ้านได้นำศพนายพีรพัฒน์ ซึ่งถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. บริเวณหน้าอกเสียชีวิต มาตั้งบำเพ็ญกุศล โดยนายปายมนัส อายุ 56 ปี พ่อน้องพี ได้เดินทางมาจาก จ.ร้อยเอ็ด เพื่อร่วมงานศพลูกชายและติดตามคดี ได้จุดธูปบอกลูกชายให้ไปสู่สุขคติ ส่วนผู้ที่ก่อเหตุให้เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง และเป็นไปตามกรรม
โดยนายปายมนัสเล่าว่า ได้แยกทางกับแม่น้องพีตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งยายจะเป็นคนเลี้ยงน้องพี น้องพีจะเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ไม่ได้เกเร ช่วยงานยายทุกอย่าง เคยได้ยินได้เห็นแต่ในข่าว ไม่คิดว่าจะมาเกิดกับลูกชายตัวเอง ก็รู้สึกจุกอก ลูกชายเป็นวัยรุ่นที่ติดเพื่อน รักเพื่อน ก็เข้าใจลูกเพราะเคยผ่านช่วงวัยรุ่นเหมือนกัน เท่าที่ทราบจากญาติ คนที่ยิงน้องพีเคยมีเรื่องกันมาก่อนในงานบุญบั้งไฟ
“ฝากถึงผู้ที่ยิงลูกชาย ถ้ามีความเป็นผู้ใหญ่ มายิงเด็กอายุ 17 ปี ถ้าตีต่อยกันดีกว่าจะมายิง ซึ่งกว่าตายายจะเลี้ยงมาจนโต ทุกคนเสียใจ ถ้าเกิดกับคนมายิงจะรู้สึกอย่างไร และฝากถึงตำรวจให้จับตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีจนถึงที่สุด”
ส่วนนายริน (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เพื่อนน้องพี เล่าว่า ตนมีบ้านอยู่ติดกับน้องพีผู้ตาย เสียใจที่เพื่อนโดนยิง และเพื่อนทุกคนก็เสียใจ ซึ่งผู้ตายเป็นคนไม่ค่อยพูด ทำงานช่วยยายตลอด ซึ่งยายขายขนมในตลาด คืนเกิดเหตุตนไม่ได้ไปกับกลุ่มเพื่อน พอรู้ว่าน้องพีถูกยิงก็รีบออกมาดู ตนมีความรู้สึกว่าไม่แฟร์ มาดักยิงน้องพีจนเสียชีวิต ถ้าเป็นการชกต่อยกันแบบหมัดต่อหมัด ตนจะไม่ว่าเลย แต่ใช้อาวุธจนเสียชีวิต ถึงแม้ว่าจะออกมายืนยันไม่ได้ยิง ตนก็ยังคิดว่าเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก เพราะเพื่อนทุกคนในกลุ่มเห็นหน้า และจำได้ อยากให้คนก่อเหตุออกมายอมรับและสารภาพ

