‘บิ๊กเต่า’ พร้อมเพื่อนตำรวจ ร่วมอาลัยวันที่ 2 พิธีสวดพระอภิธรรม ‘สารวัตรแบงค์’ ชี้ปมขอโยกย้ายไม่ได้ จึงเกิดอารมณ์ 

8.09.23 | 22:50 น.

‘บิ๊กเต่า’ ร่วมอาลัยวันที่ 2 ของการพิธีสวดพระอภิธรรม ‘สารวัตรแบงค์’ พร้อมด้วยเพื่อนพี่น้องตำรวจร่วมแสดงความเสียใจ อย่างไม่ขาดสาย


เมื่อวันที่ 8 กันยายน เวลา 18.00 น. ที่ศาลา 11 วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร บางเขน กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต วันนี้จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 โดยมีได้มีเพื่อนๆ ในสังกัดของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบังคับการตำรวจทางหลวง และเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารมาร่วมแสดงความเสียใจ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.รรท.ผบก.ทล. เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่อยู่ในวงรับประทานอาหารในวันเกิดเหตุ อย่างไรก็ตามก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่ถูกสอบด้วย ตำรวจก็มีสิทธิที่จะไปไหนมาไหนได้ แต่ต้องดูด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ส่วนจะเข้าข่ายความผิด ม.157 หรือไม่ จากการที่ได้ซักถามเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่อยู่ในงานวันเกิดเหตุ

เบื้องต้นขณะเกิดเหตุทุกคนอยู่ในอาการตื่นตระหนกตกใจ และก็สิ่งหนึ่งที่เขาคิดในขณะนั้น คือ ต้องการนำตัวผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ก็เลยไม่ได้อยู่ตรงนั้น ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วย ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจับคนร้าย แต่พอเกิดเหตุเลยรีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาชีวิตไว้ ส่วนเรื่องการปล่อยพื้นที่เกิดเหตุ ทำให้เกิดการทำลายพยานหลักฐานขอให้เป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวนอีกที

Advertisement

ส่วนประเด็นที่มีการพูดถึงว่าตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์มีส่วนในการช่วยทำลายพยานหลักฐานหรือไม่ ตรงนี้เรายังไม่ได้ไปดู เราให้ความสำคัญกับตัวคนร้ายก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องนี้มีคณะทำงานของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ดูแลอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงว่ามีเรื่องส่วยรถบรรทุกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั้น จากข้อมูลที่ตนไปนั่งสอบตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่มีเรื่องของส่วยเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เป็นเรื่องของคนที่มีอำนาจมีบารมีขอตำแหน่งในการโยกย้ายญาติตัวเองแล้วไม่ได้ก็เกิดอารมณ์ แล้วก็มีเรื่องของการดื่มสุราและเกิดปะทะคารมกัน ซึ่งตนมองว่าวุฒิภาวะของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จริงๆ มีการขอโทษขออภัยกันแล้วเรื่องก็น่าจะจบ

ส่วนเรื่องการขอโยกย้ายตำแหน่งยืนยันว่ายังไม่มีการตกลงกันก่อนหน้านั้น เป็นการขอในวันเกิดเหตุแต่ผู้ตายได้บอกไปว่าให้เป็นไปตามขั้นตอนและต้องรอให้ถึงวาระ ทำให้เกิดอารมณ์เพราะขอไม่ได้ เคยทำอะไรคนอื่นยอมหมด วันนี้ขอไม่ได้เลยเกิดอารมณ์

“ตำรวจมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีอำนาจหน้าที่ การทำงานให้พี่น้องประชาชนก็เรื่องนึง การที่จะต้องไปเจอปัญหาและผู้มีอิทธิพลก็เรื่องนึง ตนเป็นผู้บังคับบัญชากองบังคับการตำรวจทางหลวง ตนต้องสร้างขวัญและกำลังใจให้หน่วยงานให้เดินหน้าต่อไปและก็ให้คนที่ถูกกระทำได้รับความเป็นธรรม วันนี้การทำงานของเราอาจจะเสี่ยงภัย แต่เราจะไม่ยอมให้คนที่กระทำความผิดลอยนวล”พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าว