ศาลไม่ให้ประกัน 6 ตร. หวั่นยุ่งพยานหลักฐาน ญาติไม่ยอมแพ้ เดินหน้าขออุทธรณ์ต่อ

11.09.23 | 14:12 น.

คุม 6 ผู้ต้องหาตำรวจขออำนาจศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7 ฝากขัง หลังมีส่วนเกี่ยวข้องคดียิงสารวัตรแบงค์ ขณะที่ ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสงคราม วางกำลังป้องกันความปลอดภัยรอบ ทั้งนี้ศาลใช้เวลาพิจารณาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ผลปรากฏว่าศาลฝากขังผลัดแรกที่เรือนจำกลางสมุทรสงคราม 12 วัน โดยไม่ให้ประกันตัว ญาติจึงขอใช้สิทธิอุทธรณ์ จึงส่งสำนวนไปที่ศาลอุทธรณ์ เพื่อพิจารณาต่อไป

จากกรณีจับกุม 6 ตำรวจ คดีปลิดชีพ พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. หรือสารวัตรแบงค์ อายุ 32 ปี (เสียชีวิต) และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บ้านกำนันนก ในพื้นที่ ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม โดยเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา โดยทั้ง 6 ตำรวจถูกตั้งข้อหา เป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่, เพื่อช่วยไม่ให้ผู้อื่นได้รับโทษ, ร่วมกันทำลาย ซ่อนเร้น, ร่วมกันช่วยเหลือผู้กระทำความผิดนั้น

ล่าสุด เวลา 10.00 น. วันที่ 11 กันยายน ที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7 ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม พ.ต.อ.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม พ.ต.ท.สงัด เบ้าแบบดี รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม สภ.เมืองสมุทรสงคราม นำกำลังตำรวจ 12 นาย มาดูแลความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกรอบๆ ศาล นอกจากนี้ยังมีสายตรวจรถจักรยานยนต์ ขับดูแลความปลอดภัยโดยรอบศาลด้วย เนื่องจากในโลกออนไลน์ได้มีกลุ่มคนรัก “กำนันนก” โดยตั้งชื่อกลุ่มในเฟซบุ๊ก ว่า “ซุ้ม กำนันนก” มีสมาชิกมากกว่า 3,500 บัญชี โดยเนื้อหาโพสต์ในกลุ่มเป็นการพูดถึงกำนันนก และเป็นการข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่ให้เข้ามายุ่งในเรื่องของกำนันนก เป็นต้น โดยไม่มีญาติผู้ต้องหาติดตามมาแต่อย่างใด


ต่อมาเวลา 10.40 น. วันที่ 11 กันยายน พ.ต.อ.ภูภณ ทัพเจริญ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม, พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิพนธ์ ก่อเกียรติตระกูล รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองนครปฐม นำเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 6 นาย ประกอบด้วย พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สมสุข อายุ 52 ปี สว.สส.สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร, ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ แตงอำไพ อายุ 58 ปี บก.ทล., ร.ต.ท.นิมิตร สลิดกุล อายุ 57 ปี รอง สว.จร.สภ.เมืองนครปฐม, ร.ต.อ.ณัฏฐพล นาคกร อายุ 59 ปี บก.ทล., ร.ต.ท.ประสาร รอดผล อายุ 58 ปี บก.ทล. และ ร.ต.ต.สรรเสริฐ ศรีสวัสดิ์ อายุ 55 ปี บก.ทล.

ที่ถูกศาลจังหวัดนครปฐมออกหมายจับ ข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำผิด, ร่วมกันช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยกระการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม”

Advertisement

มาขออำนาจศาลฝากขัง โดยเมื่อขบวนรถผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย เดินทางมาถึงศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันรวม 5 คัน เมื่อมาถึงก็เลี้ยวเข้าไปด้านหลังศาลเพื่อให้ผู้ต้องหาเข้าห้องพิจารณาคดี โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพในช่วงลงจากรถและในห้องพิจารณาคดีแต่อย่างใด

จากนั้นได้ควบคุมทั้ง 6 คน ขึ้นไปยังห้องควบคุมบนอาคารศาล เพื่อรับฟังคำสั่งศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

โดยญาติยื่นขอประกันตัว โดยไม่ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด ขณะที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจและกังวลว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ทั้งนี้ ศาลใช้เวลาพิจารณาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ผลปรากฏว่าศาลฝากขังผลัดแรกที่เรือนจำกลางสมุทรสงคราม 12 วัน โดยไม่ให้ประกันตัว ญาติจึงขอใช้ใช้สิทธิอุทธรณ์ จึงส่งสำนวนไปที่ศาลอุทธรณ์ เพื่อพิจารณาต่อไป