พบ 413 ผู้สอบนายสิบน่าสงสัย ชง ผบ.ตร.ยกเลิก-เอาผิดอาญากว่า 10 คน

6.01.17 | 15:43 น.

วันที่ 6 มกราคม 2560 พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผู้กำกับการศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ให้สัมภาษณ์กรณีตรวจสอบพบผู้มีสิทธิสอบข้อเขียนทุจริตสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ พ.ศ.2559 ที่สนามสอบมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ออกหมายเรียกกลุ่มที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยเกี่ยวกับทุจริตการสอบแล้ว 413 คน สาเหตุที่มีการตรวจสอบว่าน่าจะมีการทุจริตการสอบ เนื่องจากตรวจคะแนนพบว่ามีผู้สอบข้อเขียนบางคนได้คะแนนต่ำสุดเพียง 13 คะแนน และคะแนนมากสุด 123 คะแนน จากคะแนนเต็ม 150

พ.ต.อ.อุเทนกล่าวอีกว่า ภายหลังสอบแล้วยังไม่พบทุจริตการสอบข้อเขียน ได้ไปรายงานกับ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะผู้คุมสอบข้อเขียนว่าการสอบข้อเขียนเรียบร้อยดี ต่อมาเมื่อพบว่าผู้สมัครสอบข้อเขียนได้คะแนนต่ำมาก จึงนำข้อมูลมาตรวจสอบประวัติ พบว่าผู้ที่ทำข้อเขียนนั้นมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี บางคนกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง และเรียนคณะแพทย์ วิศวะ ทันตแพทย์ เป็นต้น เมื่อติดตามตัวพบ รับว่ากำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ที่ตรวจประวัติพบ 20 กว่าคน และจากพยานหลักฐานที่พบมี 10 กว่าคนที่รับจ้างเฉลยข้อสอบ

พ.ต.อ.อุเทนกล่าวว่า นักศึกษากลุ่มนี้กำลังศึกษาระดับปี 1-2 เนื่องจากเพิ่งเรียนจบมาและความจำยังดี เลยมารับจ้างสอบเป็นประจำ โดยเป็นการชักชวนจากรุ่นพี่ที่บอกต่อกันมา และถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เฉพาะตำรวจ หากมีการสอบอย่างหน่วยงานอื่นก็จะไป อะไรก็ตามที่ใช้วุฒิมัธยมศึกษาปีที่ 6

พ.ต.อ.อุเทนกล่าวว่า บุคคลที่เข้ามาสอบข้อเขียนและผู้ที่รับจ้างเฉลยข้อสอบไม่ใช่ว่าจะติดทุกคน มีประมาณ 300 กว่าคนที่ตรวจเจอ แต่ติดแค่ 80 คน อีก 220 คนไม่ติด ที่ไม่ติดเพราะว่าบางคนไม่กล้าลอก และคนที่ให้ลอกก็ไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวตำรวจที่เดินตรวจอยู่ บางคนที่ติดใน 80 คนเขารับจ้างทำเฉลยข้อสอบมา 3 ปีแล้ว โดยรับค่าจ้างครั้งละประมาณ 20,000-30,000 บาทต่อคน

พ.ต.อ.อุเทนกล่าวอีกว่า ทุกครั้งเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบข้อมูลการสมัครซึ่งครั้งนี้ก็เป็นการสมัครผ่านอินเตอร์เน็ต โดยกรอกข้อมูล ตรงนี้จะไม่รู้ว่าเท็จหรือจริง จนกว่าเด็กจะสอบติดและมารายงานตัวเราถึงจะรู้ เพราะฉะนั้น เด็กนักเรียนแพทย์ที่รับจ้างเฉลยข้อสอบจะสอบไม่ติด จะกาคำตอบแบบผิดๆ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้จะอยู่ในกลุ่ม 13 คะแนน ตนก็เลยให้เช็กว่าคนที่ได้คะแนนน้อยสุดเป็นใคร ทำคะแนนได้น้อยเพราะอะไร ก็เลยให้ชุดสืบสวนไปตรวจสอบ ก็พบว่านักศึกษาแพทย์เหล่านี้ทะเบียนอยู่กรุงเทพมหานคร แต่ตอนกรอกใบสมัครระบุว่าอยู่ต่างจังหวัด พอตรวจสอบก็พบว่าเป็นนักเรียนแพทย์ จึงมาตรวจกระดาษคำถาม พบว่ามีการเขียนคำตอบเป็นคำใหญ่ๆ ซึ่งถูกเกือบทุกข้อ แต่ในกระดาษคำตอบกลับตอบผิดเกือบทุกข้อ ซึ่งผิดปกติ เราก็เลยเอาข้อมูลการสมัครของเขามา และทำหนังสือขอข้อมูลที่หน่วยรับสมัครกองการสอบ จึงพบว่าเด็กเหล่านี้เวลาไปสมัครจะสมัครพร้อมคนอื่นอีกหลายคนประมาณ 10 กลุ่ม

Advertisement

พ.ต.อ.อุเทนกล่าวอีกว่า ปัญหาข้อสอบที่มีปัญหายังพบว่ามีบางคนที่ไม่ได้มีการทดเลขอะไรเลย แต่ได้ 80-90 คะแนน สำหรับพฤติกรรมของผู้สมัครจะพร้อมกันแต่เลขที่นั่งสอบก็ยังไม่ได้อยู่ใกล้กัน โดยที่นั่งสอบจะได้ต่อเมื่อชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ปกติที่จะนั่งใกล้กันมีน้อยมาก

พ.ต.อ.อุเทนกล่าวอีกว่า แต่ขบวนการนี้ฉลาดจะเอาใบสมัครรวบรวมเป็นจำนวนมากๆ จากนั้นจะรวบรวมไปชำระเงินที่ธนาคารตามห้างสรรพสินค้า โดยจ่ายครั้งละจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารรับใบสมัครทีละมากๆ ก็ยังไม่ทำรายการ จะเก็บไว้ทำตอนธนาคารใกล้ปิด ก็จะทำให้มีโอกาสได้เลขที่นั่งสอบใกล้กัน การทำในลักษณะนี้ไม่ได้มีกลุ่มเดียว ยังมีอีกหลายกลุ่ม

พ.ต.อ.อุเทนกล่าวว่า ก่อนสอบจะมีการนัดหมายตกลงกันระหว่างผู้รับจ้างเฉลยข้อสอบกับผู้สอบ เพราะว่าขบวนการนี้เริ่มตั้งแต่ขบวนการสมัคร ผู้สมัครที่อยากเป็นตำรวจก็ไปหาสาย ซึ่งก็มีหลายสายทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด จากนั้นผู้รับจ้างเฉลยข้อสอบก็จะเก็บข้อมูลของผู้สมัครไว้ จากนั้นทั้งผู้รับจ้างเฉลยข้อสอบกับผู้ที่อยากเป็นตำรวจก็จะสมัครพร้อมกัน และเมื่อถึงเวลาชำระค่าธรรมเนียมที่ธนาคาร จะมีการจัดลำดับใบชำระโดยให้ผู้รับจ้างเฉลยขึ้นก่อนและตามด้วยผู้จ้างสอบอีก 3 คน เว้นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะให้ผู้รับจ้างเฉลยอยู่กระจายกัน

“ส่วนใหญ่ผู้ที่รับจ้างเฉลยข้อสอบจะเป็นนักศึกษาแพทย์ ทันตแพทย์ วิศวะ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอยู่ไม่กี่ที่ พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้การสอบที่ผ่านมามันไม่โปรงใส ตอนนี้เราไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าใน 1,800 กว่ารายที่สอบตำรวจมีทุจริตกี่คน เพราะการสอบสวนต้องดำเนินต่อไป คงต้องใช้เวลา” พ.ต.อ.อุเทนกล่าวและว่า ในวันนี้คณะกรรมการจะมีการประชุมในประเด็นนี้ว่า 1.จะขออนุมัติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่จะยกเลิกการสอบในส่วนของข้อเขียน ที่พบว่ามีความไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม หลังจาก ผบ.ตร.อนุมัติแล้วก็จะมีกรอบระยะเวลา จะทำให้หลักสูตรการเรียนที่เชื่อว่าจะเรียนไม่ทันวันที่ 1 กุมภาพันธ์จะไปกระทบกับภาพรวมทั้งประเทศ เพราะว่านักเรียนจะต้องเรียนพร้อมกัน 2.จะพิจารณาดำเนินคดีทางอาญา ซึ่งวันนี้จะมีมติมอบหมายให้ตนร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด ในเบื้องต้นมีประมาณ 10 กว่าคน 3.จะเสนอให้มีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในส่วนของคณะกรรมการคุมสอบข้อเขียน ว่ามีเจ้าหน้าที่บกพร่องหรือมีส่วนรู้เห็นในการทุจริตการสอบในครั้งนี้