สาว ปวช.ปี 2 ร้องปวีณา โดนแฮกเฟซบุ๊กนำข้อมูลเปิดบัญชีม้า มีเงินหมุนเวียน 3 ล้าน จนถูกหมายเรียก 6 หมาย
เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นางใหญ่ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี พร้อมด้วย น.ส.เล็ก (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เดินทางมาร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ว่าลูกสาวโดนแฮกเฟซบุ๊ก โดยในเมสเซนเจอร์มีรูปบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ในนั้น ก่อนที่เวลาผ่านไปไม่กี่วันก็มีหมายเรียกจากตำรวจในคดีฉ้อโกงรวมกันถึง 6 หมาย จึงอยากให้นางปวีณาช่วย
ด้าน น.ส.เล็ก (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ปวช.ปี 2 กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 14 พ.ค. หนูโดนแฮกเฟซบุ๊ก โดยในนั้นมีบัตรประจำตัวประชาชนของหนูอยู่ในนั้นด้วย ทำให้ไม่สามารถเข้าได้เลย ด้วยความกลัวจึงได้รีบเดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราชตอนเวลา 20.00 น. หลังจากนั้นวันที่ 31 พ.ค. ได้มีหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.สันกำแพง ในข้อหาฉ้อโกง มียอดเงินทั้งหมด 6,200 บาท จากนั้นก็มีหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอีก รวม 6 หมาย เป็นเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 3 ล้านบาท
ซึ่งตนเองก็งงมากเพราะไม่เคยไปเปิดบัญชีของธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เลย ตอนนี้บัญชีได้ถูกอายัดไปแล้ว ซึ่งหลังจากที่ได้รับหมายเรียกหมายแรกได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงได้เดินทางไปยังธนาคารซีไอเอ็มบีไทยเกี่ยวกับเรื่องจะขอเอกสารหลักฐานการเปิดบัญชี แต่ธนาคารให้ได้แค่สเตตเมนต์มาเท่านั้น
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากพนัง ได้เรียกให้เราไปสอบปากคำ พร้อมทั้งนำส่งเอกสารการสอบปากคำว่าเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนเงินผ่านบัญชีนี้ เพราะเราไม่ได้เป็นคนไปเปิด ซึ่งทุกโรงพักรับเอกสารการสอบสวนไปแล้ว แต่ สภ.ทุ่งคลี อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ไม่รับเอกสารและต้องการให้เราเดินทางไปสอบปากคำด้วยตัวเอง วันที่ 27 ก.ย.นี้ ซึ่งตนเองก็กลัวจึงได้เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา
ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่า เรื่องนี้มูลนิธิก็อยากจะฝากเตือนภัยถึงผู้ปกครอง เด็กนักเรียน และประชาชนทั่วไปว่าอย่าได้เก็บบัตรประชาชน หรือเอกสารสำคัญไว้ในเฟซบุ๊ก เพราะว่าถ้าหากเราโดนแฮกไปอาจจะตกเป็นเหยื่อในการนำบัตรประชาชน หรือเอกสารสำคัญไปใช้ในทางที่ไม่ดี จนทำให้อาจถูกดำเนินคดีเหมือนอย่างเคสนี้
อย่างไรก็ตาม ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สภ.ทุ่งคลี ให้ลงมาช่วยดูแลเกี่ยวกับคดีนี้แล้ว

