‘บิ๊กโจ๊ก’ แจงเอาเงินมาจากไหน เผยแม่ยายเป็นผู้จัดการมรดกเกือบพันล้าน ใช้เงินส่วนตัวทำคดี
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 ก.ย.66 ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาพบสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย สุรพล เลอวิศิษฏ์ อุปนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมสมาชิกที่มาร่วมให้กำลังใจในวันนี้กว่า 300 คน กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในฐานะนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพร้อมกันสวมเสื้อสีเหลือง และติดโลโก้สมาคมชาวปักษ์ใต้
สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 25 กันยายน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถูกตรวจค้นบ้านพักทาวน์โฮม 3 ชั้น ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยวิภาวดี 60 หลังสโมสรตำรวจ ในกรณีที่พบว่าลูกน้องคนสนิทเกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ โดยมีการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ บช.สอท.และ ฉก.PCT ร่วมกันเข้าตรวจค้นบ้านของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทำให้ภาพในสื่อต่างๆ ที่ออกไปนั้นทางสมาคมมองว่าเป็นการ ใส่ร้ายดิสเครดิต พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพื่อหวังผลบางอย่าง ในวันนี้ทางสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์จึงอยากที่จะมาให้กำลังใจพร้อมดอกไม้และป้ายให้กำลังใจเเก่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในฐานะที่เป็นนายกสมาคม
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า กรณีที่ลูกน้อง 8 นายไปยุ่งเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์นั้น ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับตน ซึ่งเจ้าตัวต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ได้ว่าใช้บัญชีม้าได้อย่างไร เงินทั้งหมดมีที่มาที่ไปอย่างไร หากกระทำผิดจริงก็จะต้องรับผิดในสิ่งที่ทำ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ส่วนเรื่องบ้านมีทั้งหมด 5 หลัง เป็นของเฮียแต๋ม เศรษฐีนักธุรกิจชาวอุดรธานี เป็นญาติผู้ใหญ่ที่ตนให้ความเคารพนับถือ สนิทสนมกันมานาน ตั้งแต่สมัยตนเป็นสารวัตร เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เฮียเเต๋มเคยไปให้การกับ ป.ป.ช.ว่าเป็นผู้ให้อาศัยอยู่ที่บ้าน โดยการเช่ารายเดือน เดือนละ 50,000 บาท มีการทำสัญญากันชัดเจน โดยตนจ่ายค่าเช่าเพียง 2 หลังที่ทำสัญญาเช่าเท่านั้น
ส่วนเฮียแต๋มก็รับผิดชอบจ่ายค่าส่วนกลาง เพราะมีชื่อเป็นเจ้าของบ้านจะต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ ซึ่งข้อเท็จจริงทั้งหมดนั้น เฮียเเต๋มจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนพร้อมทนายความในวันที่ 27 ก.ย. เชื่อว่าเฮียแต๋มจะชี้แจงได้ทุกประเด็น ยืนยันเฮียแต๋มเป็นนักธุรกิจ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้มาเป็นเงินบริสุทธิ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน
“ผมโดนมาเยอะแล้ว เราถูกหล่อหลอมให้อดทนกับความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก และไม่ได้มากในลาภยศ” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตอบคำถามกรณีที่ให้เงินดูแลลูกน้องด้วยว่า เงินทั้งหมดที่ใช้จ่ายเป็นเงินของตน หากไปคำนวณให้ดีๆ เงินของตนจะมากกว่าเงินของเว็บพนันเยอะ วันนี้ต้องพูดเรื่องจริงกันว่าตนไม่ได้ใช้เงินจากเว็บพนัน หากตนไม่เอาเงินส่วนตัวมาใช้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเอาเงินที่ไหนมาให้ใช้ แต่คนอื่นอาจจะไม่มีความพร้อมหรือความบ้าแบบตนที่เอาเงินส่วนตัวมาทำงาน เพราะตนไม่มีลูกก็เอาเงินส่วนนี้มาใช้ในการทำงาน แล้วที่มาของเงินก็ตอบได้ทั้งหมด ซึ่งเฉพาะแม่ยายเป็นผู้จัดการมรดกก็เกือบพันล้านแล้ว

“ประเด็นหลักคือ เงินของลูกน้องเป็นเรื่องเฉพาะตัว เงินออนไลน์เป็นเรื่องเฉพาะตน ให้ไปตอบที่ไหน ผมก็ตอบได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับเงินส่วนนี้ ส่วนประเด็นเรื่องลูกน้อง เดี๋ยวจะต้องไปถามดูว่าติดพนันหรือเปล่า คุณเล่นเว็บพนันหรือเปล่า ไปใช้บัญชีม้าเพราะอะไร คนที่ใช้ได้ก็ต้องเอาไปใช้สำหรับในการเล่นการพนัน มองว่าถ้าเงินบริสุทธิ์ ไม่ต้องใช้บัญชีม้า” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว
“มันเป็นความบ้าคลั่งของผมอย่างหนึ่ง ไม่มีใครกล้าทำอย่างผม ที่เสียสละเอาเงินส่วนตัวมาใช้ทำคดี เพราะผมอยากให้งานสำเร็จ ประชาชนคาดหวัง สุดท้ายคดีก็ออกมาดี สามารถจับคนผิดมาดำเนินคดีได้” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์อธิบายอีกว่า ตนก็ให้ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ รอง ผกก.สส.สภ.สำโรงเหนือ เป็นคนจ่ายต่อเดือนเป็น 1,000,000 บาท แบ่งเป็นงบลับ 6 แสน ผบ.ตร.ก็รู้ ที่เหลือเป็นเงินส่วนตัว ซึ่งไม่มีใครทำแบบตนเองแล้ว แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ลูกน้องจะออกไปทำงานอย่างไร ทั้งนี้ ไม่น้อยใจ ตัวเองโดนมาเยอะแล้ว เราถูกหล่อหลอมให้อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากและเราไม่ได้มักมากในลาภผล
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์พร้อมยืนยันว่า เงินที่โอนไปที่แม่ตนก็เป็นเงินของตัวเอง แต่ใครเอาเงินไปพันกับเว็บพนันก็ต้องชี้แจงให้ได้ แต่ตามหลักการตนชี้แจงได้ว่าเงินมาอย่างไร เอาเงินจากที่ไหนมาทำงาน เมื่อชี้แจงที่มาของเงินได้ ลูกน้องไปเปิดบัญชีม้าไปพันกับเว็บพนันก็เป็นเรื่องที่ลูกน้องต้องไปตอบ อย่างเช่นโอนเงินเข้าไปให้ผู้การนำเกียรติ หรือผู้กำกับคนนั้นคนนี้ ถ้าไปสอบใคร ทุกคนก็จะบอกว่านายโอนมาให้ทำงาน ก็จะต้องมาสอบตนเอง ก็เพราะนายโอนมาให้ทำงาน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ส่วน พ.ต.อ.ภาคภูมิ และ พ.ต.ท.คริษฐ์ ที่มีบัญชีเงินพัวพันกับมินนี่ ก็ต้องไปตอบให้ได้ว่าไปพัวพันกันได้อย่างไรไปเล่น เว็บหรือเปล่า
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์บอกอีกว่า เงินที่ตนให้ พ.ต.ท.คริษฐ์ ไปทุกเดือนนั้น พบว่าพ.ต.ท.คริษฐ์ เกิดการชอร์ต แต่ไม่อยากจะไปพูดว่าลูกน้องติดเว็บพนันหรืออะไร ยืนยันว่าไม่ได้พัวพันทั้ง 7 นายหรอก แต่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ดึงเงินเข้าไปพัวพันในบัญชีม้า ลักษณะเงินขาดมือ จึงนำเงินที่ให้ไปหมุน ซึ่งเขาก็ต้องตอบในเรื่องนี้
“เท่าที่ผมทราบ พ.ต.ท.คริษฐ์ มีการไปยืมรอบวง ส่วนชอร์ตเงินมานานหรือยังนั้น จะรอถามข้อเท็จจริงก่อน ตอนนี้รู้แล้วว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน วันนี้เมื่อออกมารับแล้วว่าเป็นเงินของตัวเองและเป็นเงินบริสุทธิ์ ซึ่งมีมากกว่าเงินจากบัญชีม้าแน่นอน
ก็ต้องมาสอบตัวเองด้วย ซึ่งเงินหลักล้านที่ใช้ในการทำงาน ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเงินมาจากเว็บพนัน สามารถแจกแจงได้หมดแน่นอน แต่เงินที่มีบัญชีม้าไปแตะกับมินนี่เช่น พ.ต.ท.คริษฐ์ และ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ประเด็นนี้จะต้องมีคำตอบ”

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์บอกอีกว่า ในวันพรุ่งนี้จะลา 1 วัน เพื่อไปขอทำสมาธิจัดการเรื่องนี้ และจะยื่นคำร้องที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อขอให้ไต่สวนทางละเมิดกรณีการขอหมายจับของชุดจับกุมในเวลา 10.00 น. เพื่อขอความเป็นธรรม จะต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเองด้วย ซึ่งมั่นใจว่าทุกที่ให้ความเป็นธรรม ไม่มีอะไรที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เราก็ทำแบบนี้ทำตรงๆ ชี้แจงให้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ตนเองก็ไม่ได้เข้าประชุม ก.ตร.แต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ เนื่องจากเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนี้ มองว่า ผบ.ตร.คนต่อไป ต้องมีคุณสมบัติ ต้องสร้างศรัทธาให้ประชาชน และดูแลขวัญกำลังใจตำรวจ

