ความคืบหน้ากรณี พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผู้กำกับการศูนย์ฝึกอบรม(ศรฝ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)ตรวจสอบพบผู้มีสิทธิสอบข้อเขียนทุจริตสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ พ.ศ.2559 ที่สนามสอบมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) พ.ต.อ.อุเทน นำรอง ผกก.ศฝร.และ รอง สว.ศฝร. รวม 4 นาย พร้อมเอกสารหลักฐาน เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ที่ทุจริตการสอบนายสิบตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)โดยมีพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.)พ.ต.อ.ณรัช มูลศาสตรสาทร ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.เฉลียง อินทิพย์ รองผกก.(สอบสวน) และคณะทำงานร่วมทำตรวจเอกสารโดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ในวันนี้คณะกรรมการที่มี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมคณะกรรมการจัดการสอบของ บช.น. มอบหมายให้พ.ต.อ.อุเทน มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ทุจริตในการสอบที่มีเครือข่ายเชื่อมโยง ในส่วนบช.น. ได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินการจัดสอบนายสิบตำรวจ 1,000 อัตรา ซึ่งในปีนี้มีผู้สมัครเข้าสอบทั้งสิ้น 13,000 คน การสอบได้จัดสนามสอบไว้ 2 แห่ง ประอบด้วยมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา 9,800 คน และมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตหัวหมาก จำนวน 4,000 กว่าคน ซึ่งคณะกรรมการที่คุมสอบได้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดทั้งผู้เข้าสอบและผู้คุมสอบ ต่อมาวันที่ 6 ธันวาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการตรวจข้อสอบเสร็จสิ้น ในข้อสอบมีคะแนนเต็ม 150 คะแนน มีผู้สอบได้คะแนนสูงสุด 123 คะแนน ส่วนคะแนนต่ำสุด 13 คะแนน มีจำนวนมากพอสมควร จึงน่าสงสัย ที่มีคะแนนจำนวนน้อย จึงเป็นจึงมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ทราบ พบว่ามีผู้ได้คะแนนต่ำ มากถึงจำนวน 50 ราย จึงเรียกเข้ามาให้ข้อมูลในเวลาต่อมาจึงยอมรับสารภาพว่ามีการทุจริตในการสอบจริงโดยกระทำการเป็นขบวนการ จากนั้นจึงรายงานขึ้นไปทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีอำนาจในการดำเนินการในเรื่องของยกเลิกการสอบ ทั้งนี้ บช.น.ทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ ก็เซ็นคำสั่ง เพื่อชะลอการดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกบุคคลภายนอก เมื่อวันที่ 6 มกราคม ทั้งหมดจนมีการแจ้งความในวันนี้
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนพบว่าขบวนการทุจริตดังกล่าวมีการทำเป็นขบวนการอั้งยี่ โดยได้มีการเริ่มต้นตั้งแต่การสมัครสอบที่มีการรับสมัครที่กองการสอบ กองบัญชาการศึกษา ที่อยู่ในท้องที่สน.พหลโยธิน จากนั้นมีการรวมตัววางแผนกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ท้องที่สน.สุทธิสาร สุดท้ายก็ไปทำการสอบซึ่งตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตการสอยที่สนามสอบมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตหัวหมากแห่งเดียว ซึ่งในวันที่ 9 มกราคม จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนประมาณ 20 นายในการดูแลคดีนี้ที่มีผู้ต้องหาที่จะดำเนินคดีทั้งหมด 347 ราย และที่พบว่าน่าจะมีการกระทำผิดอีก 178 รายแต่หลักฐานต่างๆยังคงไม่ชัดเจนยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ส่วนกรณีว่ามีข้าราชการเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ขณะนี้ทางผบช.น.มอบหมายให้ทางพล.ต.ต.ภัคพงษ์ พงษ์เภตรา รรท.ผบช.น. ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วถ้ามีผลออกมาเป็นอย่างไรไปถึงใครก็จะมีการดำเนินคดีจนถึงที่สุดโดยไม่มีการละเว้น เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดผลกระทบเสียหาย ซึ่งโชคดีที่ยังไม่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจากการสอบสวนผู้เข้าสอบที่ทุจริตที่ให้การไปในทิศทางเดียวกันว่ามีข้าราชการกรุงเทพมหานครเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า พ.ต.อ.อุเทน ยังมาแจ้งความดำเนินคดีกับ นายจิระพจน์ พลายด้วง อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตปทุมวัน ที่เป็นตัวการในขบวนการโดยดำเนินคดีใน 3 ข้อหา ประกอบด้วยข้อหาอั้งยี่ที่มีการรวมตัวกันกระทำผิดทางอาญา , แจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่พนักงาน และความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2) กรอกข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในคอมพิวเตอร์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานครบถ้วนทั้งพยานบุคคลและภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีการนัดประชุมกัน ซึ่งสามารถเอาผิดได้อย่างแน่นอน

ด้านพ.ต.อ.ณรัช เปิดเผยว่า เบื้องต้นบช.น.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อควบคุมการทำสำนวนคดีดังกล่าวแล้วได้เตรียมหัวหน้าพนักงานสอบสวนอาวุโส เพื่อรอรับเป็นเลขคดี ในส่วนข้อมูลที่ผู้แจ้งนำมาให้ ทราบว่ามีการสืบสวนสอบสวนมาบ้างแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง เพื่อทำการออกหมายเรียกต่อไป

