คุก ‘ชัยวัฒน์’ 3 ปีผิด ม.157 คดีจับ ‘บิลลี่’ พร้อมน้ำผึ้งป่า ไม่ส่งตัวให้ตำรวจ ส่วนคดีอุ้มฆ่ายกฟ้อง

28.09.23 | 23:49 น.

คุก “ชัยวัฒน์” 3 ปีผิด ม.157 คดีจับ “บิลลี่” พร้อมน้ำผึ้งป่า ไม่ส่งตัวให้ตำรวจ ส่วนคดีอุ้มฆ่ายกฟ้อง เหตุพิสูจน์ไม่ได้แกนนำกะเหรี่ยงเสียชีวิต


เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ห้องพิจารณา 303 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชัน ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อท.166/2565 ที่อัยการโจทก์ ยื่นฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชและพวกรวม 4 คน ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ กรณีการหายตัวไปของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำชุมชนกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี โดยนายชัยวัฒน์ กับพวกจำเลย รวม 4 คน พร้อมทนายเดินทางมาศาล ส่วนฝ่ายโจทก์ มี โจทก์ร่วม และทนายเดินทางมาศาล

ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่ามีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อแรกว่า จำเลยกระทำผิดมาตรา 157 หรือไม่เห็นว่า จำเลยที่ 1 จับกุมนายบิลลี่พร้อมน้ำผึ้งป่าและรถจักรยานยนต์ที่ด่านตรวจ แต่ไม่ยอมทำบันทึกการจับกุมและนำตัวส่งตำรวจพื้นที่ตามขั้นตอน ถือว่าจำเลยมีความผิด ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนจำเลยที่ 2 ถึง 4 ทำตามที่จำเลยที่ 1 สั่งยังไม่เป็นความผิด ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อว่าจำเลยทั้ง 4 ร่วมกัน กักขัง ข่มขืนใจให้นายบิลลี่ขึ้นรถยนต์หรือไม่เห็นว่า มีพยาน เห็นว่าจำเลยทั้ง 4 พานายบิลลี่ขึ้นรถแต่ไม่มีการขู่บังคับโดยใช้อาวุธ แต่ไม่มีพยานคนใดยืนยันได้ว่าจำเลยปล่อยตัวนายบิลลี่ลงที่บริเวณใกล้กับแยกไฟแดง

แต่พยานโจทก์ก็ยังไม่มีการเบิกความให้เห็นว่าจำเลยทั้ง 4 ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว กักขัง นายบิลลี่แต่อย่างใด ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันฆ่านายบิลลี่โดยไตร่ตรองหรือไม่ เห็นว่า ชิ้นส่วนกระดูกที่โจทก์นำสืบ ผลตรวจไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นกระดูกของนายบิลลี่หรือไม่ และโจทก์ไม่สามารถนำสืบได้ว่านายบิลลี่ ยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิต

Advertisement

ดังนั้นพยานหลักฐานจึงยังไม่อาจเชื่อได้ว่าจำเลยทั้ง 4 ร่วมกันฆ่านายบิลลี่ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อสุดท้ายว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่เห็นว่า ข้อหาที่มีการแจ้งต่อจำเลยเป็นเรื่องเกี่ยวกับความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่พนักงานสอบสวนจะมีอำนาจฟ้องคดีพิพากษาว่า นายชัยวัฒน์ จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีที่ไม่ทำบันทึกการจับกุมนำตัวนายบิลลี่ส่งพนักงานสอบสวนสั่งจำคุก 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา

ส่วนข้อหาอื่นพิพากษายกฟ้อง และ จำเลยที่ 2-4 พิพากษายกฟ้องภายหลังฟังคำพิพากษา นายชัยวัฒน์ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดี โดยศาลอนุญาตตีวงเงินประกัน 800,000 บาทและห้ามออกนอกราชอาณาจักร

ด้าน น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ทนายความนายบิลลี่กล่าวว่า หลังจากนี้จะยื่นอุทธรณ์คดีอย่างแน่นอน เนื่องจากศาลลงโทษเฉพาะความผิด มาตรา 157 กรณีจับกุมตัวนายบิลลี่ พร้อมน้ำผึ้งป่า และไม่นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ตามขั้นตอนของกฎหมาย คดีนี้ เท่ากับย้อนไปสู่จุดเริ่มต้น ว่านายบิลลี่ ยังคงเป็นบุคคลสูญหาย จึงจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการพิสูจน์การหายตัวไปของนายบิลลี่

ด้านนางพิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยานายบิลลี่ ร้องไห้หลังทราบคำพิพากษา พร้อมยืนยันว่า อยากตามหาบิลลี่ให้พบ เพื่อให้หายข้องใจว่า สามีหายตัวไปไหน