ย้อนดูผลตรวจยึดปืน blank Gun ปี’65 เจอ 2 พันกระบอก กระสุนนับแสนนัด สถิติไทยครอบครองปืน

4.10.23 | 16:50 น.

ย้อนดูผลตรวจยึดปืน blank Gun ปี’65 เจอ 2 พันกระบอก กระสุนนับแสนนัด เปิดสถิติไทยครอบครองปืน

กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมกันอย่างกว้างขว้าง เรื่องการเข้าถึงอาวุธปืนของเด็กชายวัย 14 ปี หลังเกิดเหตุรัวยิงกลางศูนย์การค้าสยามพารากอน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 และบาดเจ็บ 5 ราย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. กล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมามีการกระทำความผิดและใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุอยู่บ่อยครั้ง ก่อให้เกิดความสูญเสียและความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันของหน่วยงานต่างๆ เพื่อบูรณาการกวาดล้างผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนพร้อมกันทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมาได้ระดมกวาดล้างจำนวนมาก

ขณะเดียวกันพบว่าแม้มีการจับกุมได้ต่อเนื่อง แต่ยังพบว่ามีการซื้อขายอาวุธปืนทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการซื้อขายในออนไลน์ อีกทั้งพบมีการดัดแปลงอาวุธปืนมาจำหน่าย ซึ่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการมายัง พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ดำเนินการเรื่องดังกล่าวแล้ว

พล.ต.ต.อำนาจกล่าวอีกว่า โดย ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ทุก บก.ในสังกัด หาข่าว มุ่งเน้นเพื่อตรวจค้น จับกุม กลุ่มคนที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ทั้ง On Ground และผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันพบว่าอาชญากรรมส่วนใหญ่ที่พบ เป็นอาวุธปืนเถื่อนไม่ว่าเป็นอาวุธปืน blank Gun ที่ถูกนำมาดัดแปลงใช้ยิงกระสุนจริงได้ ซึ่งหลังจากนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อกวาดล้างครัังใหญ่ต่อไป

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าเดือน ก.ค.ปีที่ผ่านมา ตำรวจไซเบอร์เปิดยุทธการ CyberCop cracked down on Online Scammers ตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ที่น่าสนใจคือการตรวจยึดแบลงก์ กันได้กว่า 2,000 กระบอก กระสุนปืนกว่าแสนนัด หลังพบการซื้อขายออนไลน์ผ่านหน้าเว็บไซต์และส่งสินค้าผ่านเอกชน

โดยการแถลงข่าวครั้งนั้น กองพิสูจน์หลักฐานออกมายืนยัน ปืน แบลงก์กัน หากนำมาดัดแปลงให้ขับกระสุนออกได้ ก็มีสภาพเทียบเท่าอาวุธปืนจริง เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย อีกทั้งหากมีการดัดแปลงเมื่อยิงกระสุนแบลงก์ กัน แรงดันที่เกิดขึ้นดันกระสุนจำลองพุ่งใส่ร่างจนบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ตอกย้ำอานุภาพของแบลงก์ กัน อันตรายเกินกว่าจะเป็นเพียงสิ่งเทียมอาวุธปืน

เมื่อช่วงวันที่ 14 กรกฎาคม 2565 ตำรวจ สอท.เข้าตรวจสถานที่น่าเชื่อว่าเป็นแหล่งจำหน่ายอาวุธปืนที่ผิดกฎหมายให้กับประชาชนทั่วไป ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และเก็บอาวุธปืน ในพื้นที่ สน.ร่มเกล้า และ สน.บางชัน 2 จุด

จุดที่ 1 ร้านค้าบริเวณ ถนนราษฎร์พัฒนา แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. ตรวจยึดของกลาง 1.อาวุธปืนแบลงก์ กัน 1,865 กระบอก 2. เครื่องกระสุนปืนแบลงก์ กัน 82,450 นัด 3.อุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน 31 ชิ้น

จุดที่ 2 หมู่บ้านเพอร์เฟคเพลส วงแหวนรามคำแหง ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. ตรวจยึดของกลาง 1.อาวุธปืนอัดลมแรงดันสูง เบอร์ 1 และเบอร์ 2 142 กระบอก 2.อาวุธปืนแบลงก์ กัน 238 กระบอก

3.เครื่องกระสุนปืนอัดลมแรงดันสูง เบอร์ 1 และเบอร์ 2 410 กล่อง 4.อุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน 97 ชิ้น รวมของกลาง 2 จุดอาวุธปืนแบลงก์ กัน 2,103 กระบอก 2.อาวุธปืนอัดลมแรงดันสูง เบอร์ 1 และเบอร์ 2 142 กระบอก 3.เครื่องกระสุนปืนแบลงก์ กัน 82,450 นัด กระสุนปืนอัดลมแรงดันสูง เบอร์ 1 และเบอร์ 2 410 กล่อง และ 5. อุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืน 128 ชิ้น

สำหรับประเด็นเรื่องปืนแบลงก์ กันนั้น เคยเป็นข้อถกเถียงระหว่างทางตำรวจกับกรมการปกครองในการตีความว่าเป็นอาวุธหรือไม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายหน่วยงานที่ทดสอบปืนชนิดนี้แล้วว่าถ้ากระสุนเข้าจุดสำคัญของร่างกายมีขีดความสามารถทำอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งเคยออกมาให้ข้อมูลในการตีความว่าเป็นอาวุธ

แต่ทางเจ้าหน้าที่ของกรมการปกครองได้โต้แย้งว่าไม่ใช่อาวุธและยืนยันว่าเป็นแค่สิ่งเทียมอาวุธปืน ทำให้ปืนแบลงก์ กันมีผู้นำเข้าและมีการโพสต์ขายกันเกลื่อนในช่องทางออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม จึงทำให้ซื้อหาเพื่อนำมาใช้ได้อย่างง่าย ก่อนนำมาดัดแปลงลำกล้องและชุดลั่นไกสามารถใส่กระสุนจริงได้ จนนำมาสู่การก่อเหตุรุนแรงด้วยปืนชนิดนี้

ทั้งนี้ มีรายงานข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ World population review ระบุข้อมูลที่น่าตกใจว่า พลเรือนคนไทยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง มากถึง 10.3 ล้านกระบอก คิดเป็นสัดส่วน 15.41% ของประชากรไทย 66,090,000 คน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีการครอบครองปืนมากที่สุดในอาเซียน และอยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก

มีรายงานว่า ข้อมูลจากองค์กรที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธปืนขนาดเล็ก (Small Arms Survey) หรือ SAS ของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า หากดูสถิติประเทศที่พลเรือนครอบครองปืนสูงสุด อันดับ 1 คือ สหรัฐอเมริกา ประมาณ 393.3 ล้านกระบอก, อันดับ 2 อินเดีย ประมาณ 71.1 ล้านกระบอก, อันดับ 3 จีน ประมาณ 49.7 ล้านกระบอก

ขณะที่ประชาชนไทยครอบครองอาวุธปืนขนาดเล็กในปี 2017 เป็นอันดับ 13 ของโลก หากนับประชากรในอาเซียน 647 ล้านคน ประชากรของไทย 68 ล้านคน มีอาวุธปืนที่อยู่ในการครอบครองของพลเรือนมีถึง 10,342,000 กระบอก นับเป็นประเทศที่ครอบครองปืนสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือคิดเป็นอาวุธปืนขนาดเล็ก 15 กระบอกต่อประชากร 100 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงพอสมควร