ตายายวอนรบ.ตามหาลูกชาย เหยื่อค้ามนุษย์บนเรือประมง หนีอยู่เกาะตวน

18.02.16 | 11:33 น.

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันดี ล้วนศรี อายุ 75 ปี และนางทองอยู่ ล้วนศรี อายุ 71 ปี สองสามีภรรยา ชาวชุมชนภูหญ้าคา ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ได้ขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวให้ช่วยติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือลูกชาย คือนายรุ่ง ล้วนศรี เหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ หลังหนีจากเรือประมงไปอยู่ที่เกาะตวน ประเทศอินโดนีเซีย

นางสมหญิง ล้วนศรี พี่สาวของนายรุ่งกล่าวว่า น้องชายได้ไปทำงานในเรือประมงบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่ปี 2543 โดยผ่านนายหน้า ซึ่งขณะนั้นนายรุ่งมีอายุเพียง 20 ปี จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อน้องชายได้อีก ล่าสุดเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว มีคนไทยที่ไปทำงานในเกาะตวน แล้วพบเจอนายรุ่งจึงได้เขียนจดหมายกลับมาแจ้งข่าวที่บ้านว่ายังมีชีวิตอยู่ และขอให้พ่อกับแม่ช่วยเหลือด้วยเพราะอยากกลับบ้านมาก

นางสมหญิง กล่าวว่า น้องชายบอกว่าตนและเพื่อนชาวอุดรธานี หลบหนีจากเรือประมงที่ไม่ได้จ่ายค่าแรงพวกเขามานานหลายปีและถูกทรมานบนเรือ จนตนและเพื่อนอีกหลายคนต่างวางแผนหนี บางส่วนหนีมายังประเทศมาเลเซีย ส่วนตนและเพื่อนหนีไปอยู่ที่เกาะตวน ประเทศอินโดนีเซีย และใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก

นายวันดี ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า ได้ยื่นเรื่องให้ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสิรินธรให้การช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2558 แต่จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ทั้งนี้ตนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ เนื่องจากตนและครอบครัวไม่มีเงินที่จะวิ่งเต้นทำเรื่อง และยังได้อาศัยอยู่กับภรรยาที่อายุมาก ในกระท่อมไม้เก่าๆ และเลี้ยงหลานกำพร้าอีก 3 คน มีรายได้จากการขายขี้ยางสัปดาห์ละ 1,000 บาท อีกทั้งตนยังไม่สามารถทำอะไรได้เพราะสายตาเริ่มมองไม่เห็นและหูก็ไม่ค่อยได้ยิน

Advertisement

ด้านนายเพียวพันธ์ จันสุพรม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี  กล่าวว่า ครอบครัวของตายาย อาศัยอยู่ในกระท่อมในสวนยางพารา ซึ่งห่างจากชุมชนเข้าไปในป่ากว่า 15 กิโลเมตร และยังเป็นครอบครัวที่ยากจน หากรัฐบาลได้ช่วยเหลือให้ลูกชายเขากลับมาได้ จะเป็นการเข้ามาแบ่งเบาภาระและช่วยดูแลครอบครัว จึงอยากวิงวอนหน่วยงานได้ให้การช่วยเหลือ