ย่าวัย 63 ใจสลาย วอนตามจับคนขับรถตู้หื่น มอมยา-ล่วงละเมิดหลานสาว 13 ปี

6.11.23 | 14:35 น.

ย่าวัย 63 วอนตามจับคนขับรถตู้หื่น มอมยา-ล่วงละเมิดหลานสาว 13 ปี  


เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน นายภาณุเดช ลิ้มอารีย์ นายอำเภอแวงน้อย จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แวงน้อย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ละหานนา อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น เพื่อพูดคุยให้กำลังใจและดูแลสภาพจิตใจของนางแตง (นามสมมุติ) อายุ 63 ปี เจ้าของบ้าน ที่อยู่ในอาการซึมเศร้าและเครียด หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) หลานสาวอายุ 13 ปี ถูกคนขับรถตู้โดยสารมอมยาและข่มขืนกระทำชำเราบนรถตู้ จนเป็นเหตุให้ ด.ญ.เอ กลายเป็นคนเสียสติ พูดจาไม่รู้เรื่อง จนต้องนำตัวส่งรักษาที่ รพ.ขอนแก่น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังทำให้คนในครอบครัวได้รับผลกระทบทางจิตใจเป็นอย่างมาก บรรดาชาวบ้านและญาติพี่น้องต้องคอยมาอยู่เป็นเพื่อนและให้กำลังใจนางแตง ผู้เป็นย่า ที่สภาพจิตใจย่ำแย่ โดยผู้เป็นย่าได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการสอบถามหลานสาวให้เจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่รับฟัง พร้อมกับขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรักษาหลานสาวให้กลับมาเป็นปกติ รวมทั้งจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

นางแตง (นามสมมุติ) อายุ 63 ปี ย่าของ ด.ญ.เอ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. ด.ญ.เอ หลานสาวซึ่งพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ได้นั่งรถตู้โดยสารออกจากบ้านที่ อ.แวงน้อย เพื่อไปหาพ่อและแม่ที่ทำงานอยู่เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ โดยพ่อของ ด.ญ.เอ เป็นคนติดต่อนายเดช คนขับรถตู้โดยสารซึ่งเคยใช้บริการเป็นประจำ ให้มารับลูกสาวที่หน้าบ้าน

Advertisement

นางแตงกล่าวต่อว่า ซึ่งวันที่มารับก็มีผู้โดยสารคนอื่นๆ เดินทางไปด้วย และตามปกติรถตู้ การเดินทางจะต้องถึงที่หมายในช่วงเช้าของวันที่ 2 ตุลาคม แต่เมื่อถึงกำหนดรถตู้ก็ยังไปไม่ถึงบ้านของพ่อและแม่ของหลานสาว พ่อจึงได้โทรศัพท์สอบถามนายเดช นายเดชอ้างว่ารถติด จนกระทั่งเวลาเกือบเที่ยง นายเดชจึงได้ขับรถตู้มาส่ง ด.ญ.เอ ที่บ้านพักในเขตบางกอกใหญ่ และพักอาศัยอยู่ด้วยกัน จนกระทั่งวันที่ 31 ตุลาคม เวลา 19.00 น. พ่อของ ด.ญ.เอ ได้ติดต่อให้นายเดชมารับ ด.ญ.เอ กลับบ้านพักที่ อ.แวงน้อย เพื่อเตรียมตัวเปิดเทอม

นางแตงกล่าวต่อว่า โดยพ่อได้สังเกตเห็นว่าเมื่อ ด.ญ.เอรู้ว่าเป็นรถตู้คันเดิมและคนขับรถคือ นายเดชคนเดิมก็ มีอาการหวาดกลัว และโผเข้ากอดพ่อและแม่ ต่อมานายเดชได้ขับรถตู้มาส่ง ด.ญ.เอ ที่บ้านพัก อ.แวงน้อย ซึ่งหลังจากที่ ด.ญ.เอ มาอยู่ที่บ้าน ก็เริ่มมีอาการผิดปกติ หวาดกลัว หวาดผวา

นางแตงกล่าวต่อว่า จึงได้สอบถาม จนกระทั่งทราบว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายเดชได้ขับรถตู้ไปส่งผู้โดยสารที่เขต อ.บางพลี จนในรถเหลือหลานสาวของตนเองบนรถตู้เพียงคนเดียว โดยนายเดชได้จอดรถตู้ข้างทางแล้วทำการบังคับกระทำชำเรา ด.ญ.เอ แล้วจึงพามาส่งที่บ้านพักของพ่อ โดย ด.ญ.เอ มีอาการเหม่อลอย พูดไม่ได้สติ จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.แวงน้อย เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งในวันไปแจ้งความ ด.ญ.เอ ยังมีอาการหวาดกลัว เหม่อลอย พูดจาวกวน ทางครอบครัวจึงได้ส่งตัวไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลแวงน้อย ก่อนจะส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ขอนแก่น ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ด้าน นายภาณุเดช ลิ้มอารีย์ นายอำเภอแวงน้อย จ.ขอนแก่น กล่าวภายหลังเข้าพูดคุยกับนางแตงว่า นับตั้งแต่วันที่รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ ด.ญ.เอ ทางอำเภอได้มีการติดตามให้ความช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานไปยังผู้อำนวยการ รพ.แวงน้อย ในการดูแลรักษาอาการของ ด.ญ.เอ ซึ่งมีอาการหวาดผวา จึงต้องให้ทีมสหวิชาชีพและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาอาการ

นายภาณุเดชกล่าวว่า ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและแพทย์ ก็ได้ลงพื้นที่มาดูแลสภาพจิตใจและอธิบายขั้นตอนการรักษาให้กับทางครอบครัวได้รับทราบ รวมทั้งการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งตั้งแต่วันรับแจ้งความทาง สภ.แวงน้อย ได้มีการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานข้อมูลกับ สน.บางกอกใหญ่ กทม. ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ

นายภาณุเดชกล่าวต่อว่า แต่ข้อจำกัดในเวลานี้ คือ ด.ญ.เอ ยังไม่สามารถให้ปากคำได้ เนื่องจากยังอยู่ในการรักษาของแพทย์ ซึ่งวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับทีมสหวิชาชีพ ได้เดินทางไปที่ รพ.ขอนแก่น เพื่อประเมินอาการของ ด.ญ.เอ ว่าจะสามารถให้ข้อมูลได้หรือไม่ ซึ่งทั้งในส่วนของคดีและการช่วยเหลือ ทางอำเภอจะดูแลอย่างเต็มที่