ผบก.ตรัง ระบุ การข่าวเชื่อ ‘เสี่ยแป้ง’ ยังอยู่บนภูเขา สั่งจนท.เข้ม ตรวจสอบชาวบ้าน ช่วยเหลือ-ส่งเสบียง เข้ม ตั้งจุดสกัดเส้นทางหนีมุ่งพัทลุง จับได้ยาไอซ์ 10 กิโลมาแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรัง ถึงการเปิดปฏิบัติการล่าตัว “เสี่ยแป้ง นาโหนด” หรือ นายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 37 ปี นักโทษแหกคุกเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ซึ่งนับเป็นวันที่ 10 ของปฏิบัติการไล่ล่า ว่า ที่บริเวณจุดตรวจจุดสกัดบริเวณน้ำตกโตนตก หมู่ 2 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าชุมชนบ้านตระ เจ้าหน้าที่ยังคงสลับสับเปลี่ยนกำลังขึ้นลงเพื่อไล่ลาล่าอย่างต่อเนื่อง แม้สายฝนจะตกลงมาไม่ขาดสาย เพราะเป็นช่วงมรสุมและยังมีลมกรรโชกแรงจนต้นไม้กิ่งไม้หักโค่น แต่ก็ยังไร้วี่แววของเสี่ยแป้ง

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ที่จุดตรวจน้ำตกโตนตก และยังได้เดินทางไปเยี่ยมและเน้นย้ำการปฏิบัติที่จุดตรวจอื่น ๆ อีก 3 จุด ที่ตั้งอยู่บริเวณแนวเขาบรรทัด ประกอบด้วย จุดตรวจหน้าโรงเรียนบ้านหาดเลา ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน, จุดตรวจหน้าบริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว และจุดตรวจฝั่งขาออกจาก จ.ตรัง ที่ ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเข้า จ.พัทลุง ซึ่งจุดตรวจทั้งหมดเป็นเส้นทางลงจากเทือกเขาบรรทัดฝั่ง จ.ตรัง ที่จะต้องผ่านหากนายแป้งหลบหนีลงมา

พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์กล่าวว่า ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หมุนเวียนกันมาปฏิบัติหน้าที่จากหลายสภ., เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าเขาบรรทัด และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ตนขอให้กำลังใจและย้ำแนวทางการปฏิบัติงานที่ โดยขอให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มที่และดีที่สุด
พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์กล่าวว่า อย่างไรก็ต้องช่วยกันตรึงกำลังไว้และติดตามการข่าวทั้งข่าวจากชาวบ้านที่ขึ้นลงหมู่บ้านได้พบเห็นหรือมีข้อมูลรับทราบข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยที่เกี่ยวข้องต่อและต้องระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะขณะนี้ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเสี่ยแป้ง เขามีอาวุธอะไรบ้าง การขึ้นลงเขาที่ก็ต้องระมัดระวัง เพราะเราไม่มีความชำนาญมากนักในการขึ้นเขาหรือเดินป่า
พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์กล่าวว่า ทั้งนี้ผู้บังคับบัญชาฝากความห่วงใยมาและมอบเงินช่วยเหลือไว้สำหรับการปฏิบัติภาระกิจ ขณะเดียวกันได้ต้อนรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลงกลับจากการขึ้นไปปฏิบัติภาระกิจบนภูเขาเป็นจำนวน 3 วัน กลับบ้าน ซึ่งแต่ละนายต่างอยู่ในสภาพเหน็ดเหนื่อยและเลอะไปด้วยดินโคลนทั้งตัวเจ้าหน้าที่และรถจักรยานยนต์ต่างต้องเผชิญการเดินทางที่ยากลำบาก และถูกตัวทากกัด

“พื้นที่ จ.ตรัง ขอกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจตรารถทุกคันที่ผ่านจุดตรวจดังกล่าว ป้องกันบุคคลเป้าหมายอาจใช้เป็นเส้นทางหลบหนี อย่างไรก็ตาม ในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดพื้นที่ ต.ช่อง อ.นาโยง ฝั่งขาออกมุ่งหน้า จ.พัทลุง ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาไอซ์ได้ จำนวน 10 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหาจำนวน 2 คน โดยเป็น คนจ.ตรัง 1 คน และเป็นคนพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ 1 คน ขณะลักลอบขนยาไอซ์ จำนวนดังกล่าวจะมุ่งหน้าสู่ จ.พัทลุง-สงขลา โดยจากการสอบสวนทราบว่า มีคนขับรถจักรยานยนต์นำหน้า 1 คันสามารถหลบหนีไปได้ เพราะขับขี่นำหน้าทำให้เจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลติดตามจับกุมต่อไป”พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์กล่าว
พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ กล่าวว่า เราจะตรึงกำลัง ประจำจุดตรวจไว้และตรวจตรายานพาหนะ บุคคลต้องสงสัยเฝ้าระวัง ที่เรากำลังติดตามอยู่เฝ้าสกัดกั้นไม่ให้เขาหลบหนีมาทางนี้ได้ รวมถึงการส่งกำลังและเสบียงอาหารขึ้นไปบนเขาสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ยังคงค้นหาบุคคลเป้าหมายบนภูเขาด้วย โดยบริเวณจุดกรวดน้ำตกโตนตก เส้นทางขึ้นเขาชุมชนบ้านตระ เจ้าหน้าที่ต้องสังเกตุว่ามีประชาชนคนใด ที่นำเสบียงอาหารที่มีปริมาณเกินความจำเป็น หรือผิดปกติขึ้นไปก็ต้องตรวจสอบด้วย

พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ กล่าวว่า และจะตรึงกำลังไว้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะด้านการข่าวยังเชื่อได้ว่าเสี่ยแป้ง ยังคงอยู่บนภูเขาด้านบน ซึ่งอยู่ในระหว่างการกระชับพื้นที่เข้ามา และต้องทำหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ฉะนั้นการ กระชับพื้นที่การพิสูจน์ทราบตรงนี้ก็คงจะต้องใช้ระยะเวลาสมควร โดยเฉพาะการกระชับพื้นที่มาบรรจบกันทั้งฝั่งพัทลุง-ตรัง
พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ กล่าวว่า ส่วนอุปสรรคของเจ้าหน้าที่ในการขึ้นไปบนภูเขาต้องเผชิญกับความยากลำบาก ความยุ่งยากในการเดินป่าขึ้นเขา ทั้งรถ ทั้งอาหารการกินที่อาจจะมีความลำบาก และก็มีบางส่วนที่ประสบอุบัติเหตุล้มรถเนื่องจากทางลื่นมาก มีล้มรถมีบาดเจ็บบ้าง ซึ่งตนได้ไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บมา 1 ราย
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นก็ได้มีการออกคำสั่งและปฏิบัติหน้าที่ไปถึงสิ้นเดือนพ.ย.นี้ก่อน และอาจจะต้องต่อเนื่องไปอีกสักระยะหนึ่ง








