ดีเอสไอจ่อสรุปสำนวนคดีหุ้น STARK สิ้นเดือนพ.ย.คดีหุ้น MORE เรียกแจ้งข้อหาอีก28 ราย

24.11.23 | 18:34 น.

ดีเอสไอจ่อสรุปสำนวนคดีหุ้น STARK ภายสิ้นเดือน พ.ย. แจ้งข้อหา 11 ราย ส่ง ปปง.อายัดทรัพย์ แล้ว 400 ล้าน-คดีหุ้น MORE เตรียมเรียกแจ้งข้อหาเพิ่ม 28 ราย ธ.ค.นี้


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ อาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วิเศษเขตการณ์ ผอ.กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน พร้อม พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีทุจริตบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (หุ้น STARK) คดีพิเศษที่ 57/2566 มูลค่าความเสียหายจำนวน 14,778 ล้านบาท และคดีหุ้นบริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) คดีพิเศษที่ 66/2566 ความเสียหายประมาณ 4,000 ล้านบาท

พ.ต.ท.จักรกฤษณ์กล่าวว่า คดีหุ้น STARK ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตั้งแต่ มิ.ย.66 มีผู้เสียหายทั้งสิ้นจำนวน 4,704 ราย เตรียมสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้ โดยมีการเรียกสอบพยานแล้ว 157 ราย และแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง 11 ราย เป็นบุคคลธรรมดา 6 ราย และนิติบุคคล 5 ราย ในความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ฐานตกแต่งบัญชีและงบการเงิน และฐานฉ้อโกงประชาชน รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ดีเอสไอ

มีการออกหมายจับเพิ่ม 1 ราย คือ นายชนินทร์ เย็นสุดใจ ซึ่งหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว รวมทั้งดีเอสไอ นำส่งทรัพย์สินจากการยึดอายัดไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มูลค่าเกือบ 400 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน พ.ศ.2542

Advertisement

ทั้งนี้ ยังพบทรัพย์สินของผู้ต้องหาบางรายถูกถ่ายโอนไปยังต่างประเทศกว่า 1,000 ล้านบาท ก่อนดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษนั้น ขณะนี้ประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและอัยการเพื่อติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีและทรัพย์สินที่ถูกโอนย้ายไปต่างประเทศเหล่านี้แล้ว ส่วนผู้สอบบัญชี 1 รายจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง อยู่ระหว่างรอผลสอบปากคำจากสภาวิชาชีพบัญชี (ในพระบรมราชูปถัมภ์) แห่งประเทศไทย ว่าทำถูกต้องตามหลักจริยธรรมหรือไม่ หากมีส่วนกระทำผิดจะส่งข้อมูลมายังดีเอสไอ พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

“สำหรับ นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ หนึ่งในผู้ต้องหารายสำคัญนั้น ยังไม่ได้ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินเนื่องจากผู้ต้องหาไม่ได้กระทำความผิดฐานฟอกเงิน แต่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ในฐานความผิดอื่น ซึ่งจะต้องชี้แจงที่มาของทรัพย์สินว่าได้มาจากกระทำผิดหรือไม่ และในช่วงเวลาใด” พ.ต.ท.จักรกฤษณ์กล่าว

พ.ต.ท.จักรกฤษณ์กล่าวต่อว่า สำหรับคืบหน้าในคดีปั่นหุ้น MORE ทาง กลต.ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าเข้าข่ายความผิดตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงรวบรวมหลักฐานมาให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เมื่อเดือน มิ.ย.66 พร้อมบูรณาการร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง เรียกสอบปากคำทั้ง กลต.และบริษัทโบรกเกอร์ ในตลาดหลักทรัพย์ 10 แห่ง โดยมีผู้ต้องหารวม 32 ราย ออกหมายเรียกผู้ต้องหาจำนวน 28 ราย เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนดีเอสไอจะรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว 4 ราย ในข้อหาฉ้อโกง