“ศานิตย์”สอบปากคำ”เทศกิจ”ตัวการเอง 44 นศ.มือปืนรับจ้างพบตร. คาดโทษที่เหลือจับไม่ให้ประกัน

17.01.17 | 11:58 น.

กรณีตรวจพบทุจริตการสอบคัดเลือกบุคคลภายนอกบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบ พ.ศ.2559 ที่สนามสอบมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ต่อมาพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.ตั้งคณะพนักงานสอบสวนหาตัวผู้ร่วมกระทำความผิด ภายหลัง พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผกก.ศูนย์ฝึกอบรม (ศฝร.) บช.น. เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.พหลโยธินเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด 3 ข้อหา ประกอบด้วย อั้งยี่ แจ้งความเท็จ และความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) แล้วจึงขอเสนอศาลอาญารัชดาภิเษกเพื่อขออนุมัติหมายเรียกผู้ร่วมกระทำที่เป็นผู้รับจ้างทำข้อสอบซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง คณะต่าง ๆ 51 คนและผู้ร่วมขบวนการรวม 52 โดยเมื่อวันที่ 16 มกราคม มีนักศึกษาจำนวน 29 ราย เดินทางเข้าให้ปากคำไปแล้วที่สน.พหลโยธินแล้วนั้น

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 มกราคม ที่สน.พหลโยธิน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เดินทางมาสอบปากคำนายจิระพจน์ พลายด้วง อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจเขตปทุมวัน ตัวการใหญ่ในคดีการทุจริตสอบนายสิบตำรวจซึ่งเดินทางมาพร้อมทนายความตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่เรียกตัวนายจิระพจน์ มาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา นายจิระพจน์ยังให้การไม่ละเอียด ไม่ขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องตามที่พนักงานสอบสวนต้องการเชื่อว่ายังมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องอีก

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับนักศึกษาซึ่งเป็นกลุ่มมือปืนรับจ้างทำข้อสอบ เมื่อวันที่ 16 มกราคมได้มีการสอบปากคำไปแล้ว 29 คน วันนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีการมาพบพนักงานสอบสวนเพิ่มอีก 4 คน สำหรับนักศึกษาที่ยังไม่เข้ามาพบ ไม่อยากใช้ไม้แข็ง ขอให้เข้ามาพบตำรวจเพื่อจะได้รับการประกันตัว หากต้องไปจับกุมจะไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เมื่อถึงในชั้นศาลเจ้าหน้าที่จะคัดค้านการประกันตัวอีกด้วย สำหรับผู้ที่ลอกข้อสอบก็จะดำเนินการออกหมายจับเพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบหาจุดบกพร่องในกระบวนการสอบ พร้อมทั้งตรวจสอบคณะกรรมการที่คุมสอบเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงระบบการสอบให้ดีขึ้นต่อไป

ต่อมาเวลา 14.40 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีนักศึกษาเข้าพบพนักงานสอบสวนจำนวน 33 คน และจะเข้าพบอีกในเย็นวันนี้ 11 คน สำหรับบุคคลที่ไม่มาพบจะต้องดำเนินการพิจารณาต่อไป หากพบว่าบุคคลที่ทำการหลอกข้อสอบดังกล่าวก็จะทำหารแจ้งข้อหาจำนวน 3 ข้อหา ประกอบด้วย อั้งยี่ แจ้งความเท็จ และความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) อย่างไรก็ตามกรณีที่มีการอ้างว่ามีการสวมสิทธิบัตรประชาชนในการเข้าสอบนั้นจะต้องทำการตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน หากพบว่ามีการสวมสิทธิจริงผู้ที่นำบัตรประชาชนผู้อื่นไปใช้ในการสอบก็จะโดนแจ้งข้อหาปลอมแปลงเอกสารเพิ่มเติมต่อไป ส่วนนายจิระพจน์ พนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมตัว 48 ชั่วโมงดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงควบคุมตัวไว้เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป

Advertisement