เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบการทุจริตสอบนายสิบตำรวจ(นสต.) กล่าวถึงบทลงโทษผู้กระทำความผิดหลังพบทุจริตในพื้นที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค(บช.ภ.)1 และ บช.ภ7 ว่า ผู้กระทำความผิดทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นมือปืนและผู้สมัครสอบที่มีการทุจริต ต้องถูกดำเนินคดี 3 หาข้อ คือ 1.แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน มาตรา 137 มีโทษ จำคุกไม่เกิน6เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ มีความผิดตามมาตรา14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษ จำคุกไม่เกิน5ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3.ข้อหาอั้งยี่ มาตรา 209 มีโทษ จำคุกไม่เกิน7ปี ปรับไม่เกิน 14,000 บาท สำหรับผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นบัญชีดำหรือแบล็คลิสต์ไว้หมดแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยว่ามีกี่ราย ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะไม่สามารถสอบเป็นข้าราชการตำรวจได้อีก เนื่องจากมีประวัติทุจริต ประพฤติไม่ชอบ ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะไม่ยอมให้บุคคลเหล่านี้เข้ามาเป็นตำรวจโดยเด็ดขาด ส่วนการสอบเป็นข้าราชในสายอาชีพอื่นนอกเหนือจากตำรวจได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานนั้นๆว่าจะให้โอกาสหรือไม่ ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดขณะนี้อยู่ระหว่างการมอบตัวนัดหมายให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.อ.เดชณรงค์ ย้ำอีกว่า ผู้บังคับบัญชาจะไม่ให้บุคคลทุจริตเข้ามาเป็นตำรวจเด็ดขาด พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ ไปตรวจสอบซ้ำอีกว่าพบความบกพร่องของผู้คุมสอบด้วยหรือไม่ ถ้าพบก็ต้องดำเนินการ อย่างไรก็ตามจากการสืบสวนสอบสวนยังไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง

ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานผลการพิจารณาจากคณะกรรมการฯอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อได้แล้วจะดำเนินการอย่างเป็นทางการทันที โดยจะตัดสินใจตามที่ คณะกรรมการเสนอขึ้นมา แล้วจะประกาศตามขั้นตอน

