โอ้ละพ่อ! สาวอ้าง ถูกเจ้าหนี้อุ้มเรียกเงิน สามีร้องเพจดังพาไปแจ้งความ สุดท้ายเมียยอมรับกุเรื่อง

3.12.23 | 20:34 น.

โอ้ละพ่อ! สาวอ้าง ถูกเจ้าหนี้อุ้มเรียกเงิน สามีร้องเพจดังพาไปแจ้งความ สุดท้ายเมียยอมรับกุเรื่อง


เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 3 ธันวาคม นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นำนายเอก (นามสมมุติ) เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง หลังเจ้าหนี้เงินกู้พาพวกมาอุ้มจากที่ทำงาน โดยอ้างว่า หากไม่นำเงินมาคืนจะทำร้ายร่างกาย

โดยนายเอกเปิดเผยว่า ตนกับภรรยาคบกันมา 10 กว่าปี เมื่อก่อนไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงิน แต่พักหลังๆ เริ่มหมุนเงินไม่ทัน ภรรยาจึงไปกู้ยืมจากเจ้าหนี้นอกระบบ 150,000 บาท มีการใช้หนีไปแล้วบางส่วน เหลืออีก 90,000 บาท ซึ่งภรรยาไม่มีเงินให้แล้ว จึงต่อรองเจ้าหนี้ จนเป็นที่สรุปว่าให้ทยอยจ่ายเงินจำนวน 90,000 คืน 4 งวด หากผิดนัดจะมีการคิดดอกด้วย

โดยงวดแรกคือวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ต้องจ่ายให้เจ้าหนี้ 37,000 บาท แต่ตนจ่ายให้ไม่ครบ และขอเลื่อนที่เหลือไปรวมกับยอดงวดถัดไป จนกระทั่ง ในวันเดียวกัน ตนส่งภรรยาที่ปั๊มน้ำมันหน้าบ้าน ตามความต้องการของภรรยา เพราะโดยปกติจะไปส่งที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ทำงาน จากนั้นเพื่อนของภรรยาก็มารับและเดินทางไปทำงาน จนภรรยาไลน์มาหาว่าเข้าที่ทำงานไม่ได้ เพราะมีกลุ่มชายประมาณ 7-8 คน

Advertisement

ยืนดักรอที่หน้าทางเข้าทำงาน จากนั้นก็ขาดการติดต่อไป จนแฟนติดต่อผ่านไลน์และบอกว่าถูกเจ้าหนี้อุ้มไป และถูกทำร้ายร่างกาย ให้หาเงินมาคืนให้ครบ ไม่งั้นจะถูกส่งไปขายที่อื่น แต่แรกตนยังไม่ปักใจเชื่อ จนภรรยาคอลไลน์ไปหาญาติด้วยใบหน้าเปื้อนเลือด และบอกว่าให้ช่วยหาเงินไม่งั้นจะถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาแจ้งความตนหาเงินได้ 10,000 บาท และโอนเข้าบัญชีภรรยาไปแล้ว เพราะคนร้ายจะให้ใช้วิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารภรรยาตน โดยการพูดคุยทั้งหมดผ่านไลน์จะถูกควบคุมและตรวจสอบโดยคนร้าย เพราะตนเคยขอให้เขาส่งโลเกชั่นมาแต่ไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าภรรยาไม่ได้กุเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกใคร เพราะสภาพภรรยาดูแย่มาก

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เปิดเผยว่า เรื่องนี้ถูกร้องเรียนมาตั้งแต่เมื่อ 2 วันที่แล้ว ซึ่งในตอนแรกตนก็มองว่าอาจจะเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาหรือไม่ แต่เมื่อคืนมีภาพที่ภรรยานายเอกคอลวิดีโอมาในสภาพเลือดเต็มใบหน้า มีแผลใต้ตา จึงคิดว่าเรื่องนี้ควรแจ้งความไว้ก่อน หากเป็นเรื่องจริงจะได้ติดตามตัว และช่วยเหลือกันได้ทันท่วงที ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงถือว่าอุกอาจมาก เพราะมาดักอุ้มคนในสถานที่สาธารณะมาก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.ห้วยขวาง ทำการสืบสวน และเดินทางไปยังศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดที่ นางสาวเปมิกา (สงวนนามสกุล) ภรรยาของนายเอกทำงานอยู่  ในขณะเดียวกันเหมือนนางสาวเปมิกาจะจับสัญญาณความผิดปกติได้ จึงทำการโอนเงินคือนายเอก โดยอ้างว่ายืมเพื่อนมาเพื่อนโอนให้นายเอก เอาไว้ใช้เพราะเป็นห่วง

ต่อมามีรายงานว่าภายหลังชุดสืบสวนเข้าไปถึงตัวของนางสาวเปมิกา และพบว่านางสาวเปมิกาไม่ได้ถูกกักขัง หรือถูกทำร้ายร่างกาย แต่นางสาวเปมิกายังทำงานตามปกติ โดยเจ้าตัวยอมรับสารภาพเบื้องต้นว่า สร้างเรื่องทุกอย่างขึ้นจริง แต่ยังไม่มีการสอบถามเหตุผล เนื่องจากเจ้าตัวยังอยู่ในระหว่างทำงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปล่อยให้นางสาวเปมิกาทำงานจนแล้วเสร็จก่อน จึงเชิญตัวเข้ามาพูดคุยที่ สน.ห้วยขวาง

โดยก่อนหน้านี้นายเอก สามีของนางสาวเปมิกาเคยให้ข้อมูลว่า นางสาวเปมิกาเคยอ้างว่าถูกเจ้าหนี้อุ้มไปเรียกเงิน 2 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้หากเขาโกหกอีก ตนจะเลิกรากับนางสาวเปมิกาจริงๆ