บึงกาฬ จับชาวลาวพร้อมยาบ้ากว่าแสนเม็ด มูลค่า 5 ล้าน อึ้ง! บางพื้นที่เม็ดละ 20 ยัน บำบัดได้ผลน้อย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ธันวาคม น.อ.จิรัฏฐ์ ผูกทอง ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) เขตหนองคาย ร่วมกับนายธีระพล ขุนพานเพลิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายท้าวพอน หลวงเพ็ด อายุ 35 ปี ชาวลาว หลังจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนหมายเลข 212 สายบึงกาฬ-บ้านแพง ที่บ้านท่าโพธิ์ ม.6 ต.บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ พร้อมของกลางยาบ้า 1 กระสอบจำนวน 172,000 เม็ด มูลค่ากว่า 5,160,000 บาท
สืบเนื่องคืนวันที่ 4 ธันวาคม น.ท.ธนชัย รอดทัศนา หน.สน.เรือบึงกาฬ ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านในท้องที่บ้านท่าโพธิ์ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมกับสั่งให้ชุดสกัดกั้นและชุดปราบปรามยาเสพติด สน.เรือบึงกาฬ ออกลาดตระเวนตามจุดล่อแหลม จนพบชายแบกวัตถุต้องสงสัยเข้ามายังบริเวณริมถนนหลวงสาย 212 จึงขอทำการตรวจค้น เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่จึงได้ทิ้งวัตถุต้องสงสัยแล้ววิ่งหนี จนท.ได้วิ่งไล่ติดตามจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ และทำการตรวจค้นร่างกายพบมีดปลายแหลม 1 เล่ม และบริเวณใกล้เคียงพบกระเป๋าหนัง จำนวน 1 ใบ

จากการสอบสวนในที่เกิดเหตุเบื้องต้นชายคนดังกล่าวให้การรับสารภาพว่าตนชื่อท้าวพอน หลวงเพ็ด อายุ 35 ปี เป็นชาวลาว อยู่บ้านสินชัย เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ได้รับว่าจ้างจากเพื่อนชื่อนายท้าวพิด (ชาวลาวไม่ทราบนามสกุลและที่อยู่) ซึ่งเป็นคนขับเรือหางยาวมาด้วยกัน ให้นำยาบ้ามาส่งให้กับคนที่มารับอีกทอดหนึ่งตามจุดนัดหมาย ตรงบริเวณริมถนนหมายเลข 212 บ.ท่าโพธิ์ โดยนายท้าวพิด เฝ้าคอยรอรับกลับฝั่ง สปป.ลาว ตรงจุดจอดเรือริมแม่น้ำโขง บ.ท่าโพธิ์ เจ้าหน้าที่จึงตามไปจับกุม เมื่อนายท้าวพิด คนขับเรือ เห็นว่าเป็น จนท.ได้สตาร์ตติดเครื่องยนต์เรือแล้วขับข้ามกลับฝั่งไปยัง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายท้าวพอน พร้อมวัตถุต้องสงสัย กลับมาตรวจสอบที่ สน.เรือบึงกาฬ เมื่อตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย พบว่าเป็นยาบ้า จำนวน 172,000 เม็ด (มูลค่ากว่า 5,160,000 บาท/เม็ดละ 30 บาท) จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา นายท้าวพอน ให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป พร้อมกับจะนำตัวส่งสถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านนายธีระพลกล่าวว่า ทุกวันนี้ในพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ มีการระบาดของยาบ้าในหลายพื้นที่ ซึ่งจากข้อมูลบางพื้นที่ราคายาบ้าถูกเม็ดละ 20 บาท หรือ 5 เม็ดร้อย จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนหันมาเสพยาบ้ากันเยอะ เป็นต้นเหตุของการเกิดอาชญากรรมลักเล็กขโมยน้อย รวมไปถึงการเมายาบ้าอาละวาด สร้างความเดือดร้อนในหมู่บ้านต่างๆ มีพ่อแม่พาลูกหลานมาเข้าบำบัด แต่ลักษณะของการบำบัดในพื้นที่ มันไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ หรือความตั้งใจที่จะบำบัดให้หาย แต่เป็นการบำบัดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกดำเนินคดีเป็นหลัก เพราะบำบัดแล้ว 12 วัน 12 คืนก็แล้วแต่ ร้อยละ 90 กลับออกไปก็ไปยุ่งเกี่ยวกับยาบ้าเหมือนเดิม ซึ่งวันนี้ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่สามารถช่วยกันสกัดยาเสพติดไม่ให้เข้าไปหาเยาวชนลูกหลานในพื้นที่ของเราได้


