กองปราบรวบหัวโจกแก๊งตุ๋นเข้าทหาร มีเหยื่อโดนหลอกหลายจังหวัด สูญ 1.43 ล้าน

18.01.17 | 16:50 น.

จากกรณี พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป.มอบห พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6 บก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ธราดล เหมพัฒน์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.6 บก.ป.นำกำลังพร้อมหมายศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นและจับกุม นายธนินพัฒน์ จันทร์เรือง อายุ 31 ปี , น.ส.พนิดา มหรรฆตระกูล อายุ 36 ปี และ นายวัฒนา เพ็ชรปัญญา อายุ 35 ปี ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ภายหลังร่วมกับพวกอีก 6 คนถูกศาลออกหมายจับแล้ว หลอกลวงนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจ.ร้อยเอ็ด ว่า มีโควต้าเข้ารับราชการทหารได้โดยไม่ต้องสอบบรรจุ เสียค่าใช้จ่ายรายละ 3-7 แสนบาท ต่อมา กลุ่มผู้ต้องหาได้พาผู้เสียหายไปทดสอบสมรรถภาพ ที่ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) จ.นครนายก และมีการจัดพิธีประดับยศให้ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี โดยกลุ่มผู้ต้องหาต่างแต่งเครื่องแบบทหารมาร่วมพิธี จึงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าได้รับการบรรจุเข้ารับราชการแล้ว จนเวลาผ่านไปกว่า 6 เดือน ก็ยังไม่ได้เข้ารับราชการจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง ยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายใน จ.ร้อยเอ็ด จ.นนทบุรี จ.นครนายก และ จ.ปทุมธานี รวม 1.43 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 – 27 สิงหาคม 2559

เมื่อเวันที่ 18 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.ท.ธราดล พร้อมด้วยชุดสืบสวน กก.6 บก.ป.ได้เข้าจับกุม น.ส.เสาวนีย์ หรือณัฐณิชา สุนทร อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2041/2559 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2559 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นหัวโจกแก๊งตุ๋นเข้าเป็นทหารรายนี้ ไว้ได้ที่บ้านพักเลขที่ 95/23หมู่บ้านดิเอสธาน่า ถนนนครอินทร์ ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ บก.ป.

ภายหลังถูกจับกุมตัว น.ส.เสาวนีย์ มีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย โดยยังไม่ยอมให้การใดๆ ก่อนจะประสานทนายความ เพื่อต่อสู้คดีและเข้าร่วมรับฟังการสอบสวน อย่างไรก็ดี น.ส.เสาวนีย์ ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่ได้เป็นต้นคิดในการหลอกลวงผู้เสียหาย ส่วนกรณีเครื่องแบบทหารที่มีอยู่ในความครอบครองนั้น เป็นชุด ส.ต.หญิง ที่เคยสวมใส่ระหว่างรับราชการทหาร ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ ที่ กองบัญชาการกองทัพไทย ตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งปัจจุบันตนลาออกจากราชการแล้วเมื่อปี 2559 ส่วนรายละเอียดต่างๆ ตนไม่ขอให้การในชั้นสอบสวน โดยจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ผู้เสียหายได้รับการติดต่อเพื่อให้ช่วยเหลือในการเข้ารับราชการทหาร นั้น น.ส.เสาวนีย์ ระบุว่า ได้นัดเคลียร์และคืนเงินให้ผู้เสียหายไปแล้วก่อนหน้านี้ 7-8 ราย เหลือเพียงกลุ่มนักศึกษาจากพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด 5 ราย ที่มีการแจ้งความดำเนินคดีซึ่งตนนัดหมายแล้วว่าจะหาเงินมาใช้คืนให้ แต่ก็มาถูกจับกุมเสียก่อน สำหรับ น.ส.พนิดา กับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดรู้จักในฐานะเพื่อน โดยบางคนก็มารู้จักภายหลัง และไม่ทราบว่าเป็นทหารจริงหรือไม่ อย่างไรก็ดี พนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากคำให้การยังขัดแย้งกับพยานหลักฐานต่างๆ รวมทั้งคำให้การของผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความในหลายประเด็น ซึ่งหลังจากนี้จะสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ต้องหาแก๊งนี้ซึ่งถูกศาลอนุมัติหมายจับไว้ทั้งหมด 9 ราย ถูกจับกุมดำเนินคดีแล้ว 4 ราย คงเหลือเพียง นายธณรัสย์ นภิศสิริปภัสร์ อายุ 35 ปี , นายกฤตานนท์ หรือสุภัทร์ มั่งคล้าย อายุ 35 ปี รวมทั้งผู้ต้องหาที่ยังไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล 3 ราย ที่ยังหลบหนีคดี อย่างไรก็ดี ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลจนทราบชื่อผู้ต้องหาแล้วอีก 2 ราย คือ นายรัชชานนท์ ดวงสี อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77/376 หมู่ 17 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และ น.ส.กนกวรรณ ไชยหาญ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 1 ต.อวน อ.ปัว จ.น่าน ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2092 และ 2094/2559 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2559 ตามลำดับ ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จึงเหลือผู้ต้องหาเพียง 1 รายเท่านั้น ที่ยังไม่ทราบชื่อ

Advertisement