เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบกรณีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครู ที่ร้องต่อศาลเพื่อขอรื้อฟื้นคดีขับรถชนคนตาย ว่า เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมาได้เรียกประชุมคณะทำงานที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) โดยมี พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 รองผบช.และคณะทำงาน จนได้ข้อสรุปว่า เรื่องนี้กระบวนการต่างๆ ไปถึงศาลแล้ว โดยศาลอุทธรณ์นัดไต่สวนข้อเท็จจริงวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ นี้ ซึ่งตำรวจจะสนับสนุนข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการสืบสวนให้กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง แต่การสืบสวนสอบสวน รวมทั้งการดำเนินการในส่วนอื่นๆ ในส่วนของตำรวจก็ดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง
พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนจนถึงขณะนี้ ยืนยันได้ว่ามีขบวนการแสวงหาผลประโยชน์จากเรื่องนี้จริง มีพยานหลักฐานที่สามารถพิสูจน์เรื่องนี้ได้ แต่รายละเอียดต่างๆ ไม่ขอเปิดเผยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งข้อมูลดังกล่าวไปที่ทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการไต่สวน สิ่งที่อยากจะบอกกับสังคม คือ เรื่องที่การขอรื้อฟื้นคดี เป็นสิทธิของนางจอมทรัพย์ เมื่อเชื่อว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ใช้สิทธิตามกฎหมาย ตรงนี้เข้าใจ แต่ในกระบวนการใช้สิทธิแล้วมีคนไปหาผลประโยชน์จากตรงนี้ หากผิดกฎหมาย หรือ ทำไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ต้องไปดำเนินการ จึงขอให้สังคมแยกแยะให้ชัดเจน
“วันนี้พี่น้องประชาชนชน หรือสื่อมวลชน น่าจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นมาอย่างไร และเริ่มไปติดตามแก่นรากของมัน คือหลังจากคดีสิ้นสุดไปแล้ว มีคนมาบอกว่าคนขับรถชน ไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ คนก็เริ่มไปหาแล้วว่ารถที่ชน และคนที่อ้างว่าชนอยู่ด้วยกันหรือเปล่า ซึ่งประชาชนกำลังช่วยกันหา จึงขอให้ประชาชนมีสติในการรับรู้ ส่วนที่ทำเป็นขบวนการ ดำเนินการกันมาที่ไม่ถูกต้อง ตำรวจจะสืบสวนต่อเนื่อง ยืนยันที่ตำรวจออกมาชี้แจง ไม่ได้เป็นการปกป้องใคร ไม่มุ่งทำลายใคร หากตำรวจผิดก็ต้องลงโทษดำเนินตามวินัย และทางอาญา ซึ่งหากลูกน้องทำผิดเราไม่ปกป้องอยู่แล้ว อยากขอให้สังคมฉุกคิดว่าเรื่องที่เกิดมีต้นเหตุมาจากไหน และประกอบด้วยอะไรบ้าง อย่างกรณีนี้ วันที่11 มีนาคม 2548 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ รถกับคนอยู่ด้วยกันในวันเกิดเหตุ หรือไม่ แต่ถ้ารถกับคนไม่อยู่ด้วยกันในวันเกิดเหตุ มันก็เป็นไม่ได้” พล.ต.อ.ปัญญา กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหากับขบวนการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่ พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า ต้องรอศาลพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อน เพราะสุดท้ายการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ก็จะไปปรากฏในชั้นศาลอยู่แล้ว ยืนยันตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนที่จะพิสูจน์ความจริงเรื่องนี้ แต่ขอยังไม่เปิดเผย

