รวบทหารยศสิบเอก ยิงสาวสองหมกห้องนอน ขโมยทรัพย์สิน หลักฐานมัด ยังปฏิเสธ ดำเนินคดี 4 ข้อหาหนัก เตรียมส่งฝากขังศาลจังหวัดกาญจนบุรี
กรณีพบศพนายภานุชญา หรือป๊อป อายุ 38 ปี สาวประเภทสอง พนักงานของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ถูกพบเป็นศพนอนเสียชีวิตภายในห้องนอนของบ้าน สภาพนอนคว่ำอยู่บนที่นอน มีหมอนถูกปิดทับที่ด้านหลังศีรษะ และยังพบรอยกระสุนปืนถูกยิงทะลุหมอนเข้าไปที่ขมับด้านซ้าย
แพทย์ชันสูตรศพพบว่ามีบาดแผลถูกยิงเข้าขมับขวา 1 นัด ส่วนทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย แหวนทองน้ำหนัก 2 สลึง 1 วง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เงินเหรียญที่เก็บสะสมไว้ จำนวน 5,000 บาท รวมถึงกุญแจรถจักรยานยนต์และกุญแจบ้านหายไป
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 16 ธันวาคม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้ควบคุมตัว สิบเอกพงษ์พัฒน์ หรือ นายพงษ์พัฒน์ ถมวรรณ์ หรือเอ็ม ไปส่งศาลมณฑลทหารบกที่ 17 ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีใน 4 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์และรับของโจร มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ
ซึ่งก่อนหน้านี้ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผู้กำกับการสืบสวนจังหวัดกาญจนบุรี และ ตร.สืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี ร่วมประชุมกับ พ.ต.ท.วศิน พลายศิริ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ตร.สืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ร่วมประชุมเร่งคลี่คลายคดี จนกระทั่งทราบเบาะแสของคนร้าย
และในช่วงเย็นของวันที่ 14 ธันวาคม นายทหารพระธรรมนูญ จากกองพลทหารราบที่ 9 (ค่ายสุรสีห์) ได้นำตัว สิบเอกพงษ์พัฒน์ หรือ นายพงษ์พัฒน์ หรือเอ็ม เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ นายภานุชญา สาวประเภทสอง โดยเบื้องต้น นายพงศ์พัฒน์ ให้การปฏิเสธและให้การวกวน
กระทั่งวันที่ 15 ธันวาคม 66 พ.ต.อ.อภิชาติ ศรีทองกุล รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สุรยุทธ เมฆมังกร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.สมหวัง พานแก้ว รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท. สุคนธ์ รัสเอี่ยม สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ร่วมทำการสอบปากคำ โดย แจ้งข้อกล่าวหาต่อ นายพงษ์พัฒน์ ถมวรรณ์ ว่ากระทำผิดใน ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจร โดย นายพงษ์พัฒน์ ผู้ต้องสงสัยได้นำโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย ((iphone 13)) ไปขายให้กับร้านโทรศัพท์ภายในห้างสรรพสินค้าสินค้าแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ริมถนนบายพาสเลี่ยงเมือง หมู่ 3 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา
ขณะที่ คณะพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำ นายพงษ์พัฒน์ เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การตรวจค้นพบปืนพกสั้นแบลงค์กัน ไม่มีทะเบียนจำนวน 1 กระบอกพร้อมกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 8 นัด โดยพนักงานสอบสวนได้ส่งพยานวัตถุทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดกาญจนบุรี ส่งวัตถุพยานให้ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์ ตร. ตรวจเปรียบเทียบปืนกับหัวกระสุนที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุว่า เป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุฆ่า นายภานุชญา หรือไม่
โดย พ.ต.อ.สุรยุทธ เมฆมังกร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนผู้ต้องหารายนี้ให้การวกไปวนมา ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ล่าสุดผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ พบว่าปืนพกสั้นแบลงค์กันที่พบในบ้าน นายพงษ์พัฒน์ เป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุยิง นายภานุชญา เสียชีวิต ดังนั้น ทางพนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาต่อ นายพงษ์พัฒน์ ว่ากระทำผิดเพิ่มอีก 2 ข้อหา คือ ฆ่าคนตายโดยเจตนา และ ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมกับ ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจร ที่ดำเนินคดีไปแล้ว รวมเป็น 3 คดี ซึ่งหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะเร่งทำการสอบปากคำและนำตัวผู้ต้องหารายนี้ส่งฝากขังที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 17 ต่อไป
และเมื่อเวลา 19.45 น. ของวันเดียวกัน จนท.ตร.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้ควบคุมตัว สิบเอกพงษ์พัฒน์ หรือ นายพงษ์พัฒน์ ถมวรรณ์ หรือเอ็ม ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลมณฑลทหารบกที่ 17 คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์และรับของโจร ขณะที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา คือมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ในระหว่างควบคุมตัวผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายเอ็ม ว่ารู้จักกับป็อบมั้ย ถามถึงมือถือทำไมมาอยู่ที่ตัว แต่เจ้าตัวไม่ยอมปริปากพูดใดๆ
ระหว่างการสอบสวน ชุดสืบสวนได้นำหลักฐานต่างๆ ที่ตรวจยึดมาประกอบการสอบปากคำ อาทิ ถุงใส่พระเครื่อง กล่องพระเครื่องไม่ทราบจำนวน และวัตถุพยานอีกหลายชิ้นที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

