ศาลเลื่อนฟังคำสั่งถอนประกัน ‘บุ้ง-ตะวัน’ คดี ม.112 เป็น 26 ม.ค.67 

ศาลเลื่อนฟังคำสั่งถอนประกัน ‘บุ้ง-ตะวัน’ คดี ม.112 เป็น 26 ม.ค.67 

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดฟังคำสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ “บุ้ง ทะลุวัง” และ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ “ตะวัน” แกนนำกลุ่มทะลุวัง จำเลยในคดีมาตรา 112 จากกรณีจำเลยได้ทำโพลสำรวจความเห็นเรื่องขบวนเสด็จเมื่อปี 2565 ซึ่งก่อนหน้านี้ จำเลยทั้งสองได้รับการปล่อยชั่วคราว แต่ได้กระทำผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล จากการชุมนุมขับไล่นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกวุฒิสภา บริเวณด้านหน้ากระทรวงวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ทางพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งสอง

ภายหลังออกจากห้องพิจารณาคดี นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ ได้ลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระบุว่า ศาลได้เลื่อนการฟังอ่านคำสั่งเพิกถอนปล่อยตัวชั่วคราวของบุ้งและตะวัน เป็นวันที่ 26 มกราคม 2567 เวลา 09.00 น. เนื่องจากบุ้งไม่สามารถเดินทางมาได้ เพราะมีอาการป่วยและมีใบรับรองแพทย์ยืนยัน ซึ่งตนขอสงวนการเปิดเผยอาการป่วยของบุ้ง เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคล

ส่วนคดีละเมิดอำนาจศาลจากเหตุปะทะกับเจ้าพนักงานตำรวจศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา คดีส่วนนี้นอกจากบุ้งจะถูกฟ้องแล้ว ยังมีน้องหยก เยาวชนอายุ 15 ปี เป็นผู้ถูกฟ้องด้วย แต่ตนทราบมาว่า น้องหยกยังไม่ได้รับหมายศาล จึงไม่ได้เดินทางมาในวันนี้

Advertisement

อย่างไรก็ตามปรากฏว่า ศาลได้ใช้อำนาจตามกฎหมาย ในการไต่สวนพิจารณาคดีละเมิดอำนาจศาลด้วยการไต่สวนลับหลังผู้ถูกฟ้องทั้งสองที่ไม่ได้เดินทางมาศาล ซึ่งตนได้ยื่นคัดค้าน เนื่องจากคดีละเมิดอำนาจศาลที่ทางผู้อำนวยการประจำศาลยื่นฟ้องนั้น มีโทษจำคุกอันกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ถูกฟ้อง อีกทั้งผู้ฟ้องทั้งสองนั้น คนหนึ่งมีอาการป่วยและมีใบรับรองแพทย์ ส่วนอีกคนยังไม่ได้รับหมายศาล จึงไม่เป็นธรรม หากจะมีการไต่สวนคดีลับหลัง

ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงได้ปรึกษาคณะผู้บริหารและมีคำสั่งเลื่อนการไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล เป็นวันที่ 22 ม.ค.2567 เวลา 09.00 น. และจะมีการอ่านคำวินิจฉัย ในวันที่ 26 ม.ค.2567 ซึ่งเป็นวันเดียวกันที่ศาลอ่านคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวบุ้งและตะวัน

นายกฤษฎางค์กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าคดีละเมิดอำนาจศาลนั้น กรณีนี้ยังไม่เข้าข่ายกระทำความผิดฐานนี้ แต่การกระทำอาจเป็นคดีอาญาอื่นๆ ที่ต้องไปแจ้งความกันผ่านตำรวจอัยการ และตนมองว่า ศาลไม่มีอำนาจพิจารณาในส่วนน้องหยก เพราะเนื่องจากน้องหยกยังเป็นเยาวชน จึงไม่สมควรที่จะได้รับการไต่สวนพิจารณาคดีในศาลผู้ใหญ่ ตนจึงตั้งคำถามไปยังศาลยุติธรรมและคณาจารย์นิติศาสตร์ว่า สมควรแล้วหรือที่จะดำเนินคดีละเมิดอำนาจศาลกับเยาวชน โดยส่วนตัวมองว่าไม่สมควรและไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ขึ้นกับการพิจารณาของศาล ตนเป็นทนายความไม่มีอำนาจตรงนี้ ตนแสดงความเห็นในทางวิชาการ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image