ทลายเครือข่าย ‘เจ๊ปุ้ม ศรีราชา’ แก๊งเงินกู้ดอกโหด ยึดทรัพย์สินกว่า 7 ล้าน
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.2 สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดชลบุรี เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊งเงินกู้นอกระบบ น.ส.เสาวลักษณ หรือเจ๊ปุ้ม รวม 6 เป้าหมาย ที่มีความเกี่ยวพันเชื่อมโยงเป็นหัวโต๊ะเงินกู้และลูกน้องในเครือข่าย จับกุมนายสพล หรือพล (ขอสงวนนามสกุล), น.ส.สายธาร (ขอสงวนนามสกุล), นายสุขสันต์ (ขอสงวนนามสกุล), นายเบญจพล (ขอสงวนนามสกุล), นายสรายุทธ (ขอสงวนนามสกุล), นายสิทธิชัย (ขอสงวนนามสกุล), นายนาวิน (ขอสงวนนามสกุล) และนายจักรพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล)
หนึ่งในหัวหน้าโต๊ะ แจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิด “ร่วมกันประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” ซึ่งฐานความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินของกลางโทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง , พระเครื่อง 25 องค์ , คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง , สมุดบัญชีลูกหนี้ 4 เล่ม , รถกระบะ 1 คัน , ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ รวมน้ำหนักประมาณ 175 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 7,000,000 บาท ซึ่งทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งหมดเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินนอกระบบ ขณะตรวจค้นพบอาวุธปืน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน 15 นัด และแม็กกาซีนปืน 1 อัน อยู่ภายในรถยนต์นายสพล หรือพล จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในฐานความผิด “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” ไว้อีกคดี จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดี

สำหรับปฏิบัติการตรวจค้นดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายคู่สามี-ภรรยา มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยแจ้งว่าเป็นผู้ประกอบอาชีพเก็บเงินกู้นอกระบบให้กับ น.ส.เสาวลักษณ์ หรือเจ๊ปุ้ม หัวหน้าแก๊งเงินกู้ ซึ่งปล่อยเงินกู้นอกระบบให้กับประชาชนโดยทั่วไปในแถบพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และเมืองพัทยา

โดยคู่สามี-ภรรยาดังกล่าวถูก น.ส.เสาวลักษณ ทำร้ายร่างกายโดยใช้ด้ามปืนตบที่หัวและให้ลูกน้องรุมทำร้ายด้วยไม้เบสบอลและขวดตีตามตัว ทำให้ได้รับบาดเจ็บนิ้วหัก, หัวแตกเย็บ 6 เข็ม และมีบาดแผลบนใบหน้าบริเวณดวงตา พร้อมกับโดนข่มขู่ถึงชีวิต ต่อมาออกหมายจับและติดตามจับกุมตัว น.ส.เสาวลักษณ์ พร้อมลูกน้องที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีในเรื่องดังกล่าวแล้ว

