ป.ป.ส. จับมือภาคี โชว์ผลงานยาเสพติดไตรมาสแรก จับผู้ค้ารายย่อยพุ่ง 23,000 คดี

3.01.24 | 16:28 น.

ป.ป.ส. จับมือภาคี แถลงผลงานยาเสพติดไตรมาสแรก ตามนโยบาย Quick Win จับกุมผู้ค้ารายย่อย-นำผู้เสพบำบัดฟื้นฟู สร้างชุมชนเข้มแข็ง


เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ดินแดง กรุงเทพฯ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด , นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ พล.ต.สมพงษ์ ใจจา รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน แถลงผลงานยาเสพติดไตรมาสแรก (1 ต.ค.-31 ธ.ค. 66) ตามปฏิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดระยะ 1 ปี Quick Win และการแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกมาตรการ ตามนโยบายของรัฐบาล

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยได้มอบนโยบายให้ทุกภาคส่วนร่วมมืออย่างจริงจังในการแก้ปัญหา และจากสถานการณ์ยาเสพติดในช่วงที่ผ่านมาที่มีผู้เสพยาเสพติดจนเกิดปัญหาทางจิตและสร้างความรุนแรงในชุมชน ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กำหนดปฏิบัติการ Quick win ในการสำรวจและนำผู้ป่วยจิตเวชเข้าบำบัด พร้อมกับลดการเข้าของยาเสพติดบริเวณชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออดเฉียงเหนือ ด้วยการยกระดับสกัดกั้นยาเสพติดตามมาตรา 5 (10) ของประมวลกฎหมายยาเสพติด ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย และนครพนม

Advertisement

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังการจับกุมผู้ค้ารายย่อยที่มากขึ้น 23,000 คดี หรือร้อยละ 30 เป็นสิ่งสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ถ้าชุมชนเห็นว่าภาครัฐช่วยลดผู้ค้าในชุมชนได้จะเกิดความเชื่อมั่นในการทำงานของภาครัฐและเข้ามามีส่วนร่วม รวมทั้ง การเตรียมเปิดโครงการให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมผลิตคลิปที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อต้านยาเสพติด เพื่อเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ และประกวดแข่งขันเพื่อรับรางวัล เพื่อเปิดให้เยาวชนได้แสดงออก เสนอไอเดีย และส่งต่อในกลุ่มเยาวชนด้วยกัน ถึงการต่อต้ายาเสพติด

“ช่วง 3 เดือนแรกของงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีผลความร่วมมือทางต่างประเทศที่ดีขึ้น โดยสามารถจับกุมได้จำนวน 275 คดี เพิ่มขึ้นถึง 139% , การจับกุมผู้ต้องหา 519 ราย เพิ่มขึ้นกว่า 200% , จำนวนยาบ้า 202 ล้านเม็ด เพิ่มขึ้น 158% โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.66 สปป.ลาว ได้จับกุม นายอ่อง กิม วาห์ สัญชาติมาเลเซีย อายุ 39 ปี ที่มีบทบาทสำคัญในการลักลอบค้ายาเสพติดในภูมิภาคมาอย่างยาวนาน โดยถือเป็นสัญญาณความร่วมมือที่สำคัญ ในการดำเนินการต่อขบวนการยาเสพติดที่หลบหนีในต่างประเทศ”

    

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวต่อว่า ในขณะที่มาตรการปราบปรามในประเทศ การจับกุมข้อหาร้ายแรง คือ ครอบครอง/จำหน่าย/สมคบ สนับสนุน จำนวน 22,716 คดี เพิ่มขึ้น 28% , การจับกุมยาบ้าได้ 205 ล้านเม็ด เพิ่มขึ้น 120% ในส่วนการยึดทรัพย์ยึดได้จำนวน 1,964 ล้าน และจะมีปฏิบัติการเร็วๆนี้ ถึงการยึดทรัพย์ผู้ต้องหารายสำคัญจำนวนกว่า 500 ล้าน

ด้าน น.พ.กิตติศักศักดิ์ เผยว่า การบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดตามปฏิบัติ Quick Win รวมถึงการฟื้นสภาพเพื่อให้กลับคืนสู่สังคม และการแก้ไขผู้มีปัญหาสุขภาพจิตยาเสพติดอยู่ใน 13 ประเด็นหลักในการดำเนินการของกระทรวงฯ โดยได้กำหนดการสถานบริการ 3 กลุ่ม ในระดับจังหวัดมี 1.หอผู้ป่วยที่ดูแลผู้ป่วยจิตเวช ในโรงพบาบาลระดับจังหวัดทุกจังหวัด จำนวน 126 โรงพยาบาล 2.การให้บริการระดับอำเภอ มีการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลชุมชนให้มีศักยภาพเพียงพอในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช หรือ “มินิธัญญารักษ์” ซึ่งเดิมทีสถาบันธัญญารักษ์มีเพียง 7 แห่งทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันได้มี “มินิธัญญารักษ์” ใน 46 จังหวัด จำนวน 76 โรงพยาบาล เพื่อดูแลผู้ป่วยจิตเวชในระดับกลาง และตั้งเป้าขยายการดำเนินการให้ครบ 76 จังหวัด 153 โรงพยาบาล และ 3.ให้มีบริการแผนกดูแลผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดในโรงพยาบาลชุมชน เป็นผู้ป่วยนอกที่ไม่มีความรุนแรง ใน 626 โรงพยาบาลชุมชน และมีความเชื่อมโยงข้อมูลถึงกัน

ส่วนทาง พล.ต.สมพงษ์ ระบุว่า ผลจากการกำหนดพื้นที่เร่งด่วนตามมาตรา 5 (10) ของประมวลกฎหมายยาเสพติด ภาคเหนือ จัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) หรือ Taskforce 35 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) หรือ Taskforce 24 สามารถดำเนินการสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเข้มข้น และเด็ดขาด โดยมีการประชุมโต๊ะข่าว สืบสวนขยายผล ลาดตระเวน ตั้งด่าน/จุดตรวจ อย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหา 372 คน ของกลางยาบ้า 14 ล้านเม็ดและเฮโรอีน 0.8 กิโลกรัม

ในส่วนของการร่วมแก้ไขปัญหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ เพื่อดำเนินการค้นหาเชิงรุก และเร่งนำผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการทางสาธารณสุข โดยเน้นหนักผู้มีอาการทางจิตเวชจากยาเสพติด และพิจารณาดำเนินการจัดตั้ง “ศูนย์รักษ์ใจ”

ขณะที่ พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ กล่าวถึงผลการดำเนินงานในส่วนของการปราบปรามผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติด โดยมีผลการดำเนินงานด้านการสืบสวนปราบปรามที่สำคัญในห้วง 3 เดือนแรก ดังนี้ 1.ผลการจับกุมคดียาเสพติดข้อหาร้ายแรงซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้ารายย่อย จำนวน 23,000 คดี เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วในห้วงเวลาเดียวกันร้อยละ 30 และ 2.ผลการจับกุมคดีรายสำคัญ 268 คดี เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 10% ส่วนในด้านการดำเนินตามปฏิบัติการ Quick win ลดความเดือดร้อนประชาชนจากจิตเวช ได้นำผู้ป่วยจิตเวชจำนวน 1,052 คน เข้าสู่กระบวนการรักษา คิดเป็น 24 เปอร์เซ็นต์จากเป้าหมาย 4,414 คน ที่ได้สำรวจ และจาการสำรวจพบผู้ป่วยจิตเวชรายใหม่ จำนวน 354 คน ได้นำเข้าสู่กระบวนการรักษาอีก 202 คน คิดเป็น 57 เปอร์เซ็นต์