ตำรวจตามรวบ เครือข่ายยาเสพติด พบยาบ้ากว่า 10 ล้านเม็ด ไอซ์ 43 กก. ตระเวนส่งลูกค้าลาดกระบัง-กิ่งแก้ว
เมื่อวาน 11.00 น. วันที่ 6 ม.ค. ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจ 191 พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด จับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนภายในซอยกิ่งแก้ว 11 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาทั้งหมด 3 ราย
1.นายธนวุฒิ หรือบอม รักเดช อายุ 38 ปี 2.นายพลเชฏฐ์ หรือดำ อ่อนศรีทอง อายุ 36 ปี 3.นายณัฐพล หรืออ้น สุลาลัย อายุ 28 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 10,320,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 43 กิโลกรัม คีตามีน จำนวน 3 กิโลกรัม รถยนต์ จำนวน 6 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดจากผลจับกุมที่ผ่านมาจนทราบว่ากลุ่มนายธนวุฒิ หรือบอม กับพวก จำนวน 3 คน มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยใช้รถยนต์จำนวนหลายคัน ใช้งานสลับสับเปลี่ยน ตระเวนส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าบริเวณ ถ.กิ่งแก้ว และพื้นที่ ถ.หลวงแพ่ง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ จึงเฝ้าสืบสวนติดตามเรื่อยมาจนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้จอดรถยนต์ทิ้งไว้เป็นที่เก็บซุกซ่อนยาเสพติด ริมถนนภายใน ซ.กิ่งแก้ว 11 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบผู้ต้องหาหาทั้ง 3 คน มีพฤติกรรมเชื่อว่าขับรถยนต์ไปรับยาเสพติดบริเวณพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา และขับกลับมาจอดทิ้งไว้ภายใน ซ.กิ่งแก้ว 11 จุดเดิม
จึงได้เข้าทำการตรวจค้นพบยาเสพติด ของกลางซุกซ่อนภายในรถยนต์กระบะตู้ทึบทั้ง 2 คันที่จอดริมถนนภายใน ซ.กิ่งแก้ว 11 จำนวนมาก และยังมีรถยนต์ของกลุ่มผู้ต้องหาอีกหลายคันที่ใช้สำหรับส่งยาเสพติดจอดทิ้งไว้บริเวณใกล้เคียง
ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน รับสารภาพว่าพวกตนรับจ้างขนยาเสพติดมาแล้วประมาณ 7 เดือน โดยไปรับยาเสพติดและนำมาเก็บซุกซ่อนรอส่งลูกค้า เดือนละ 2-3 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 200,000-300,000 บาทต่อคน ซึ่งก่อนจับกุมพวกตนไปรับยาเสพติดที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา และจะนำยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อน เพื่อทยอยลักลอบส่งยาเสพติดให้กับกลุ่มผู้ค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่า นายธนวุฒิ ผู้ต้องหาที่ 1 เคยมีประวัติต้องโทษคดีเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อปี 2553 ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) อันเป็นกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน, ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) อันเป็นกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน จึงนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนเพื่อขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป



