เลขาป.ป.ส. บินรับตัวนักค้ายา ค่าหัว 1 ล้านบาท จาก สปป.ลาว ยึดทรัพย์กว่า 4 พันล้านบาท

11.01.24 | 17:27 น.

ป.ป.ส. รับตัวนักค้ายา ค่าหัว 1 ล้านบาท จาก สปป.ลาว ยึดทรัพย์กว่า 4พันล้านบาท


เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมผู้แทนจาก บช.ปส. และหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA) ร่วมแถลงข่าวผลการควบคุมตัวผู้ร้ายข้ามแดน นักค้ายาเสพติดรายสำคัญนายอ่อง กิม วาห์ สัญชาติมาเลเซีย อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา 358/2566 จาก สปป.ลาว ในฐานความผิดร่วมกันค้ายาเสพติด

โดยจับได้เมื่อวันที่ 28-29 ธ.ค.66 ซึ่งนายอ่อง กิม วาห์ ถือเป็นผู้บงการจัดหายาเสพติด ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ และส่งออกผ่านประเทศไทย ไปยังประเทศมาเลเซีย ก่อนกระจายออกไปในทวีปเอเชีย และยุโรป โดยทำมานานกว่า 17 ปี จนกระทั่งทางการสืบสวนของ ป.ป.ส. สืบจนทราบว่า นายอ่อง กิม วาห์ ได้หลบหนีออกจากประเทศไทยไปยัง สปป.ลาว โดยทางการไทยได้ประสานกับทางการลาวเพื่อให้จับตัวอ่อง กิม วาห์ ก่อนส่งมอบให้ประเทศไทยดำเนินคดีต่อไป

Advertisement

พ.ต.อ.ทวีเปิดเผยว่า สำหรับนายอ่อง กิม วาห์ สำนักงาน ป.ป.ส.ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมมาตั้งแต่ปี 2549 กระทั่งพบข้อมูลว่า นายอ่อง กิม วาห์ มีหน้าที่เป็นผู้จัดหาและติดต่อประสานงาน ระหว่างเครือข่ายนักค้ายาเสพติดชาวไทย มาเลเซีย จีน สิงคโปร์ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งฟอกเงินและเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดไปประเทศที่สาม เช่น มาเลเซีย ไต้หวัน ออสเตรเลีย

ปี 2561 ถึงปัจจุบัน เครือข่ายของนายอ่อง กิม วาห์ ถูกจับกุมไปแล้ว 35 คน ซึ่งคดีส่วนใหญ่เกิดขึ้นในประเทศมาเลเซียพร้อมยึดไอซ์ 4.4 ตัน เฮโรอีนเกือบ 500 กิโลกรัม และโคเคน 12 ตัน และยึดสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์กว่า 320 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 418 ล้านริงกิตมาเลเซีย หรือเป็นเงินไทยกว่า 4 พันล้านบาท และกำลังดำเนินการตรวจยึดบริษัทของบุคคลในเครือข่ายอีก 8 แห่งต่อไป

สำหรับคดีการก่อเหตุในประเทศไทยจนนำไปสู่การออกหมายจับนายอ่อง กิม วาห์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.66 ที่ สำนักงาน ป.ป.ส.ร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (SEAL) และชุดปฏิบัติการพิเศษ กองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพไทย และศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ได้บุกจับผู้ต้องหา 7 คน พร้อมยึดไอซ์ 998 กิโลกรัม ที่ จ.ราชบุรี ต่อมาสืบสวนและขยายผลจนทราบว่า นายอ่อง กิม วาห์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง จึงได้มีการขอให้ศาลอนุมัติหมายจับ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2566 แต่นายอ่อง กิม วาห์ ได้หลบหนีไปประเทศลาว

กระทั่งเมื่อ วันที่ 5 ตุลาคม 2566 เจ้าหน้าที่ได้บุกตรวจค้นสถานที่ 8 แห่ง ใน 4 จังหวัด คือ กทม. จ.ตราด จ.เชียงราย และ จ.ชลบุรี ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของนายอ่อง กิม วาห์ ทำการยึดอายัดทรัพย์สิน เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 1 แปลง คอนโดมิเนียม 2 ห้อง เรือยอชต์ 3 ลำ รถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 3 คัน อาวุธปืนสั้น 1 กระบอก อาวุธปืนยาว 2 กระบอก เงินสด 275,000 บาท อายัดเงินในบัญชีธนาคาร 10 บัญชี ยอดเงิน 1,542,080 บาท และทรัพย์สินอื่น รวมมูลค่ากว่า 85 ล้านบาท

พ.ต.อ.ทวีกล่าวด้วยว่า การจับกลุ่มในครั้งนี้เป็นสัญญาณดีที่แต่ละประเทศร่วมมือกันปราบปรามยาเสพติด ประเทศไทยมีความยินดีในการเป็นแกนกลางเพื่อประสานความร่วมมือเช่นนี้ในการปรับปราบยาเสพติดในภูมิภาค ขอบคุณหน่วยงานจากต่างประเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย และสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ที่ร่วมสนับสนุนข้อมูลการข่าวซึ่งไทยและหน่วยงานระดับนานาชาติจะร่วมมือกันเพื่อขยายผลยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิดและนำผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษให้มากที่สุดต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่หลายชาติต้องการตัว โดยสำนักงาน ป.ป.ส.ได้ทำการสืบสวนติดตามนายอ่อง กิม วาห์ มาตั้งแต่ปี 2549 มีพฤติการณ์เป็นผู้จัดหาและติดต่อประสานงานในการซื้อขายยาเสพติดจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยร่วมกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติด
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งชาวไทย มาเลเซีย จีน สิงคโปร์ สปป.ลาว และใช้ไทยเป็นแหล่งฟอกเงิน และใช้เป็นเส้นทางลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านไปยังประเทศที่สาม เช่น มาเลเซีย ไต้หวัน ออสเตรเลีย
โดยตั้งแต่ พ.ศ.2561

พบเกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่ถูกจับกุม ในไทย มาเลเซีย ไต้หวัน 11 คดี ของกลางยาเสพติดรวมเป็น ไอซ์ 4.6 ตัน เฮโรอีน 496 กก. โคเคน 12 ตัน สำหรับคดีที่นายอ่อง กิม วาห์ ถูกออกหมายจับ เกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 สำนักงาน ป.ป.ส.ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (SEAL) และชุดปฏิบัติการพิเศษ กองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพไทย และศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) จับกุมผู้ต้องหา 7 คน ยึดไอซ์ 998 กิโลกรัม ที่ จ.ราชบุรี

โดยในช่วงเดือนตุลาคม 2566 สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคี ได้ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับนายอ่อง กิม วาห์ ในพื้นที่จำนวน 8 จุด (กทม. จ.ตราด จ.เชียงราย จ.ชลบุรี) ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม 4 ห้อง ร้านอาหาร/บริษัท 1 แห่ง บ้านพักอาศัย 1 แห่ง และท่าเรือจอดเรือยอชต์ 2 แห่ง พร้อมยึดอายัดทรัพย์สิน อาทิ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 1 แปลง คอนโดมิเนียม 2 ห้อง เรือยอชต์ 3 ลำ รถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 3 คัน สินค้าแบรนด์เนมหลายรายการ อาวุธปืนสั้น 1 กระบอก อาวุธปืนยาว 2 กระบอก เงินสดและเงินสกุลต่างประเทศ 275,000 บาท พร้อมอายัดเงินในบัญชีธนาคาร 10 บัญชี ยอดเงินคงเหลือ 1,542,080 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 85 ล้านบาท และภายหลังจากที่ทางการไทยรับส่งมอบตัว นายอ่อง กิม วาห์ เพื่อมาดำเนินคดีในประเทศไทยแล้ว ในส่วนของทางการมาเลเซีย เตรียมดำเนินการต่อทรัพย์สินของนายอ่อง กิม วาห์ มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท