ดีเอสไอ ยืนยันมีพยานหลักฐาน-คำให้การ เพียงพอ กล่าวหา อดีต รมต.-ขรก.หักหัวคิวแรงงาน
จากกรณีดีเอสไอ มีมติกล่าวหา อดีตรัฐมนตรี และ ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน จำนวน 4ราย ผิด 157 พบหลักฐานโยงหักค่าหัวคิว ส่งแรงงานไทยไปฟินแลนด์ เสียหายกว่า 36 ล้านบาท จากนั้น นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้สัมภาษณ์รายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ ถึงการให้ข่าวของ ดีเอสไอกำกวมทำให้ได้ความเสียหาย และท้าให้ดีเอสไอเปิดเผยข้อมูล อีกทั้งยังระบุว่าเรื่องดังกล่าวไม่เคยเรียกไปสอบถาม
- สุชาติ ท้าดีเอสไอ เปิดเส้นเงิน หลังเจอข้อหา รับสินบน ส่งแรงงานไปฟินแลนด์ ข้องใจไม่เคยเรียกสอบ
- ดีเอสไอ แจ้งข้อกล่าวหา ‘อดีตรมต.- ขรก.แรงงาน’ หักหัวคิวส่งคนไทยไปฟินแลนด์ 36 ล้าน
เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยกับมติชนออนไลน์ ว่า ดีเอสไอยืนยันว่าการมีมติกล่าวหาบุคคล ในกรณีดังกล่าวนั้น ดีเอสไอมี คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันพิจารณา พยานหลักฐาน ทั้งเอกสารและคำให้การของพยาน ไม่ได้กลั่นแกล้งหรือกล่าวหาใครลอยๆ ดีเอสไอมีหลักการมีมาตรฐานในการทำงาน
ส่วนประเด็นที่มีการระบุว่าทำไม ไม่เคยมีการเรียกไปให้การหรือสอบถามข้อมูล ก่อนมีมติกล่าวหานั้น เรื่องนี้ต้องขอยืนยันว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เมื่อสืบสวนแล้วพบว่ามีหลักฐานเชื่อได้ว่ามีนักการเมือง ข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรกระทำผิด และมีข้อมูลเพียงพอก็สามารถ มีมติกล่าวหาได้
อย่างไรก็ตามหลังจากพนักงานสอบสวนจะเร่งสรุปสำนวนส่งไปยังสำนักงานป.ป.ช.ยัง ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 86 ตามกฎหมายพนักงสอบสวนมีเวลา 30 วัน ในการส่งสำนวน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหา ก็ต้องไปแก้ข้อกล่าวหากับทางป.ป.ช.
“ดีเอสไอยืนยันว่ามีพยานหลักฐาน ทั้งเอกสารหลักฐานที่ได้รับจากต่างประเทศ และคำให้การของพยานยืนยันข้อมูลเพียงพอต่อการมีมติกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องได้ เราไม่ได้เชื่อคำพูดบุคคลเพียงอย่างเดียวพนักงานสอบสวนต้องมีเอกสารหลักฐาน ที่เชื่อถือได้ เพื่อนำเข้าสู่สำนวน” พ.ต.ต.วรณันกล่าว

