หนุ่มร้องเพจดัง เต็นท์หลอกขาย ‘ลัมโบร์กินี’การาโด้ แต่โอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ โดนDSIอายัด

14.01.24 | 17:57 น.

ผู้เสียหายร้องหลังซื้อรถซูเปอร์คาร์ กับเต็นท์ แต่กลับโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ พบเป็นรถที่ถูกดีเอสไออายัดไว้ตรวจสอบ


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 ม.ค. ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด นายสัญญา อัฐมี อายุ 40 ปี นำเอกสารหลักฐานเป็นสัญญาซื้อขายรถยนต์พร้อมสลิปการโอนงวดรถ ร้องขอความเป็นธรรมกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังซื้อรถซูเปอร์คาร์ แต่กลับโอนกรรมสิทธิ์รถไม่ได้

นายสัญญา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 ได้ทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ ลัมโบร์กินี การาโด้ 2018 ในราคา 8,900,000 บาท กับเต้นท์รถมือสองย่านรามอินทรา โดยได้วางเงินจำนวนหนึ่วและผ่อนดาวน์ไปแล้วจำนวน 2,800,000 บาท และตกลงผ่อนชำระจำนวน 31 งวด งวดละ 158,829 บาท ที่ผ่านมาผ่อนมาแล้ว 20 งวด จำนวน 3,000,000 บาท แต่กลับโอนกรรมสิทธิ์รถไม่ได้

เนื่องจากรถคันดังกล่าว ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ อายัดไว้ตรวจสอบ เนื่องจากสำแดงเท็จ และหลีกเลี่ยงภาษีการนำเข้า โดยก่อนหน้านี้ตัวเองติดต่อไปยังเต้นท์รถมือสองย่านรามอินทรา ขอคืนเงินที่ชำระไปทั้งหมด แต่ผู้ถูกกล่าวหากลับแจ้งไฟแนนซ์ให้เข้ามายึดรถ แต่ไม่สามารถยึดได้ เนื่องจากมีหลักฐานการผ่อนชำระถูกต้อง จนทำให้ไม่ได้มีการคืนรถ คืนเงินในวันดังกล่าว

Advertisement

นายสัญญา เปิดเผยอีกว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถถูกมานำมาขาย ก่อนหน้านี้ขายให้คนอื่นมาแล้ว แต่โอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ รีไฟแนนซ์ไม่ได้ เหมือนเป็นรถเปล่า นำเศษเหล็กมาขาย และตนยอมรับว่า ตอนนั้นตัวเองไม่ทราบมาก่อน เพราะหน้าร้านเต้นท์รถดูดี มีใบซื้อขายถูกต้อง จึงไม่คิดว่าจะถูกโกง

ขณะนี้ตัวเองนั้นหมดตัวแล้ว เพราะนำเงินไปดาวน์ และผ่อนค่างวดกว่า 5,000,000 บาท จึงอยากได้เงินคืน มาหมุนธุรกิจ

นายเอกภพ กล่าวว่า หลังจากนี้จะประสานผู้กำกับสน.วังทองหลาง ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งถ้าหากพฤติการณ์เป็นไปตามที่ผู้เสียหายร้องเรียน รู้อยู่แล้วว่า รถโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้จะถือว่าเข้าข่ายฉ้อโกงหรือไม่