ตร.นำชุดประดาน้ำงมเซิร์ฟเวอร์วงจรปิด ได้หลักฐานสำคัญฆ่าเศรษฐินี เตรียมกู้ข้อมูล มั่นใจไอ้กฤษฎ์ดิ้นไม่หลุด ไอ้กฤษฎ์ซัดทอดผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 จับตัวเพิ่มได้อีก 1 ขณะเตรียมหลบหนีไปลาว สารภาพปมเหตุล้างหนี้ 30 ล้าน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มกราคม ที่บ้านพักหลังปั๊มน้ำมันเก่า พื้นที่หมู่ 2 ต.มะขาม อ.มะขาม จ.จันทบุรี พลตำรวจตรี ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจันทบุรี นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัด ชุดสืบสวน สภ.มะขาม ร่วมกัน นำตัวนายกฤษฎ์ มูลวงศ์ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหา ร่วมกันก่อเหตุฆ่า นางปณิฐิ โกศลานันท์ อายุ 77 ปีเสียชีวิต มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพโดยเริ่มตั้งแต่ นายกฤษฎ์ พร้อมกับนางปุ้ย ได้ขี่รถติดตาม นางปณิฐิ ผู้ตายมาที่บ้าน เมื่อเห็นว่าผู้ตายเปิดประตูรั้วบ้านแล้ว นางปุ้ยจึงได้เดินติดตามเข้าไป ส่วนนายกฤษฎ์จอดรถรอห่างออกไปประมาณ 100 เมตร จากนั้นประมาณ 20 นาที นางปุ้ยจึงได้ออกมาเรียกให้ตามเข้าไป เมื่อไปถึงก็พบว่า นางปณิฐิฟุบลงอยู่กับพื้นทางขึ้นบันไดชั้น 2 แล้ว ก่อนที่นางปุ้ยจะได้ให้ถอดอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด เซิร์ฟเวอร์ควบคุม เพื่อนำไปทำลายหลักฐาน
โดยภายหลังจากที่ นายกฤษฎ์ ผู้ต้องหา อ้างว่าเมื่อลงมาด้านล่างก็พบว่ามีชายสวมโม่งอีกคน เข้ามารออยู่แล้ว ก่อนที่นางปุ้ยจะได้ให้ผู้ต้องหาช่วยชายสวมโม่ง จับผู้ตายหิ้วแขนขา อุ้มออกมานอกบ้านตรงข้างกำแพงเมื่อถึงจุดนี้ นายกฤษฎ์อ้างว่า ชายสวมโม่งจึงยกร่างผู้ตายพาดบ่าและเดินเข้าไปในสวน โดยมีนางปุ้ยถือไฟส่องทางให้ ส่วนตัวเองรออยู่ที่บ้านไม่ได้ตามลงไปด้วย จึงไม่รู้ว่าทั้งสองคนนำร่างผู้ตายไปทิ้งสระน้ำ โดยหลังก่อเหตุจึงได้แยกย้ายกันหลบหนี

ขณะทางด้าน พลตำรวจตรี ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจันทบุรี เปิดเผยแนวทางการสืบสวน ตลอดจนคำรับสารภาพของนายกฤษฎ์ ผู้ต้องหา เบื้องต้นรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุกันรวม 3 คน โดยมีนางปุ้ยเป็นคนวางแผน และอีกคนเป็นชายไม่ทราบชื่อรูปร่างใหญ่ โดยทั้งสองคนเป็นผู้ที่เข้าไปในบ้านและทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ชีวิต ส่วนตัวเองมีหน้าที่ขับรถและรออยู่หน้าบ้าน ไม่ได้เข้าไปร่วมก่อเหตุด้วย
ขณะที่การสอบสวนเชิงลึก นายกฤษฎ์ ผู้ต้องหา สารภาพว่า สาเหตุดังกล่าวมาจากเรื่องที่นางปุ้ยได้ทำการกู้ยืมเงินจากผู้ตายมาจำนวนหนึ่ง คาดว่าจะสูงถึงหลักหลายสิบล้าน
จากนั้นได้มีการวางแผนว่าจะขอยืมเงินเพิ่ม โดยมีการแต่งเรื่อง ว่ามีผู้ป่วยนอนติดเตียงอยู่โรงพยาบาล จะยกพินัยกรรมมรดกให้แก่นางปุ้ย และจะนำเงินจำนวนดังกล่าวมาปิดหนี้ให้กับผู้ตาย แต่นางปุ้ยขอยืมเงินเพิ่มอีกจำนวนหลักแสนบาท โดยให้นายกฤษฎ์แสดงตัวเป็นบททนาย แต่ผู้ตายไม่เชื่อ จึงได้วางแผนก่อเหตุฆาตกรรมล้างหนี้

อย่างไรก็ตามจากแนวทางการสืบสวน ล่าสุดชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัวนางปุ้ยได้แล้ว ในพื้นที่อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ระหว่างนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนบุคคลที่ 3 ที่ทางผู้ต้องหาอ้างถึง ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้คดีเกิดความชัดเจนละเอียดรอบคอบต่อไป
เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ช่วยซ่อนเร้น หรือทำลายศพหรือชิ้นส่วนของศพ เพื่อปิดบังสาเหตุแห่งการตาย โดยวันพรุ่งนี้ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จะเดินทางมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง
ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น.วันเดียวกันภายหลังจากที่ พลตำรวจตรี ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจันทบุรี นำกำลังตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัด ตำรวจสืบสวน สภ.มะขาม ร่วมกันคุมตัว นายกฤษฎ์ มูลวงศ์ อายุ 40 ปี 4/1 หมู่ 2 ต.มะขาม อ.มะขาม จ.จันทบุรี หนึ่งในผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ขั้นตอนลงมือก่อเหตุ สังหารนางปณิฐิ บริเวณบ้านพักหลังปั๊มน้ำมันเก่าพื้นที่หมู่ 2 ตำบลมะขาม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ริมถนนสาย 317 จันทบุรี-สระแก้วขาออกเมือง
ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนได้พาตัว ไอ้กฤษฎ์ ไปชี้จุดที่ทิ้งเซิร์ฟเวอร์ควบคุมกล้องวงจรปิด โดยพาไปที่บริเวณสระน้ำ ภายในซอยวังทองหมู่ 2 พื้นที่ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี โดยประสานงานทีมกู้ภัยชุดประดาน้ำ สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี มาช่วยดำเนินการงมค้นหา

เบื้องต้นจากการตรวจสอบ พบบ่อน้ำมีความกว้างประมาณ 30 เมตร ยาวประมาณ 60 เมตร ภายหลังทีมประดาน้ำ ทำการปูพรม เรียงหน้ากระดานค้นหาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงพบชิ้นส่วน Server ควบคุมกล้องวงจรปิด กระจายอยู่บริเวณก้นสระน้ำ จำนวนหลายชิ้น
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบ เซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวถูกผู้ต้องหา ชำแหละ ทำลาย แยกเป็นหลายชิ้นส่วนหลายชิ้น โดยเฉพาะชิปควบคุม, ฮาร์ดดิสก์เก็บข้อมูล ตลอดจนตัวรับส่งสัญญาณ โดยพบสายวงจรควบคุมภายใน ถูกตัดออกเกือบทั้งหมด พร้อมกันนี้ยังได้พบอาวุธมีดปอกผลไม้ ที่คาดว่าจะใช้เป็นอุปกรณ์ในการตัดสายควบคุมวงจรภายในอีก 1 เล่ม

ต่อมาทีมสืบสวนได้ประสานวิทยาการพิสูจน์หลักฐาน มาดำเนินการเก็บชิ้นส่วนเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าว กลับไปตรวจสอบ ทั้งนี้ เพื่อดำเนินการกู้ข้อมูล ว่าในวันเกิดเหตุเกิดอะไรขึ้นภายในบ้าน มีการกระทำอย่างไรกับผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ เพื่อใช้มัดตัวผู้ต้องหา ตลอดจนเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี เพื่อให้เกิดความรอบคอบชัดเจนต่อไป


