เจอแล้วฟอร์จูนเนอร์ แจ้งหายที่สวี โผล่จอดทิ้งนครพนม แต่ยังไม่รู้ชะตากรรมเสี่ยเจ้าของรถ
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ กรณีที่เจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีขาว หมายเลขทะเบียน กท 3424 ชุมพร ที่ถูกโจรกรรมในพื้นที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร พร้อมกับการหายตัวไปของนายขนบ สมหวัง ที่ขับรถคันดังกล่าว ซึ่งภรรยาของนายขนบแจ้งความไว้ที่ สภ.สวี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถ ว่าพบรถคันดังกล่าวขับอยู่บนทางหลวงระหว่างอำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม เมื่อเวลา 14.50 น. มุ่งหน้ายังอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่จึงวิทยุให้ตำรวจทางหลวงสกัดจับ ก่อนที่คนร้ายจะไหวตัวทันและขับเข้าเส้นทางสายรอง ระหว่างอำเภอโพนสวรรค์ ลัดเลาะเข้าสู่ตัวอำเภอเมือง จังหวัดนครพนม และหลังจากคลาดกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง คนร้ายก็ขับรถคันดังกล่าวลัดเลาะไปจอดไว้ที่บริเวณสวนยางบ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม
โดยหลังจอดรถคนร้ายได้วางกุญแจรถไว้ในรถ ในลักษณะเหมือนกับว่าจะมีคนมารับไม้ต่อเพื่อขับรถคันดังกล่าวต่อไป เนื่องจากพื้นที่จังหวัดนครพนมเป็นพื้นที่ที่แก๊งโจรกรรมรถจะนำรถที่โจรกรรมมาได้ส่งข้ามไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านทางช่องทางธรรมชาติ โดยจะแบ่งกันทำงานเป็นทีม มีทีมขับรถมาจอดซ่อนไว้แล้วส่งพิกัดให้อีกทีมหนึ่งให้มารับรถที่จอดซ่อนไว้ โดยทิ้งกุญแจรถไว้ให้ เมื่อทีมที่จะรับไม้ต่อตรวจสอบแล้วเห็นว่าปลอดภัยก็จะมาขับรถไปดำเนินการต่อไป โดยทั้งหมดใช้การติดต่อกันทางแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ โดยที่ไม่ต้องเห็นหน้าหรือพบเจอกันเลย
จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าพบรถคันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณป่าละเมาะใกล้สวนยาง โดยสามารถหลบรอดการไล่ล่าของตำรวจทางหลวงได้อย่างหวุดหวิด เจ้าหน้าที่จึงรุดเข้าตรวจสอบ และแจ้งร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม และตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานให้ร่วมตรวจสอบทันที
ล่าสุดหลังจากเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข่าวการพบรถให้แก่ผู้ครอบครองรถคือ เจ๊อ้วน ซึ่งเป็นภรรยาของนายขนบที่หายตัวไป ยังไม่ทราบชะตากรรม โดยชุดสืบสวนได้กระจายลงพื้นที่ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายได้ขับรถคันดังกล่าวผ่าน เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้ต่อไป โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่จังหวัดชุมพร สามารถจับภาพคนขับรถคันดังกล่าวหลังโจรกรรมรถไปได้อย่างชัดเจน
โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ตำรวจชุดสืบสวนของจังหวัดส่งมาให้กับตำรวจทางหลวง เพื่อให้ติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานนครพนมจะได้เร่งตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงภายในรถคันดังกล่าว เพื่อเก็บหลักฐานหาความเชื่อมโยงของผู้ก่อเหตุในคดีต่อไป

