รองโฆษกอัยการสูงสุด-ทนาย กางกฎหมาย หลัง เพื่อนบ้าน บุกฮุบครั้งที่ 2 ซ้ำอ้าง ‘ครอบครองปรปักษ์’
จากกรณี น.ส.อาย เข้าแจ้งความตำรวจ สน.โคกคราม ถูกเพื่อนบ้านในหมู่บ้าน ซอยรามอินทรา 58 กทม. บุกรุกเข้าไปต่อเติมเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานที่ตั้งอยู่ข้างกันหลังถูกทิ้งร้างมานานกว่า 10 ปี สุดท้ายกลายเป็นข่าวดังจึงยอมย้ายออก ต่อมาหลังจากที่เพื่อนบ้านย้ายออก เจ้าของบ้านตัวจริงได้นำกุญแจเข้ามาล็อกทางเข้าออกบ้านทุกช่องทาง
แต่ล่าสุดปรากฏว่าโผล่ยึดบ้านอีกรอบ โดยทำการตัดกุญแจบ้าน พร้อมเปิดเป็นร้านขายอาหาร พร้อมกับติดประกาศไม่ให้เจ้าของบ้านตัวจริงเข้ามาที่บ้านตน เพราะตอนนี้เขาได้ทำการครอบครองปรปักษ์แล้วนั้น
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ รองโฆษกอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ในรายการ เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 1382 บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยสุจริต โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์
นายนาเคนทร์กล่าวว่า ส่วนหลักเกณฑ์ บุคคลที่ได้กรรมสิทธิ์ของคนอื่นต้องครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่น และต้องครอบครองโดยเปิดเผย ไม่ใช่หลบๆ ซ่อนๆ การเข้าครอบครองนั้น ลักษณะทำประโยชน์ในที่ดินคนอื่น เช่น เมื่อยึดที่แล้วต้องเข้าไปทำกิน ต้องเข้าไปปลูกต้นไม้โดยเปิดเผย เป็นต้น และการครอบครองนั้น ต้องเป็นการครอบครองโดยเจตนายึดถือเพื่อตน ถ้ามีการพิสูจน์ระยะเวลาที่เป็นการโต้แย้งกัน ต้องดูว่าค่าน้ำค่าไฟใครเป็นคนจ่าย ก็สามารถพิสูจน์เรื่องระยะเวลาได้ด้วย
ด้านทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้ไลฟ์สดเปิดใจเรื่องดังกล่าวผ่านเพจ “ทนายคลายทุกข์” ระบุว่า ลูกความของตน คืออากู๋ ถูกเพื่อนบ้านไปยื่นคำร้องต่อศาล ขอครอบครองปรปักษ์เพราะมีการทิ้งบ้านไว้ 30 ปีแล้ว โดยเพื่อนบ้านฟังคำแนะนำของทนายคนหนึ่ง ลูกความตนก็ต่อสู้ว่า เพื่อนบ้านคนดังกล่าวครอบครองยังไม่ถึง 10 ปี และไม่เจตนาเป็นเจ้าของ เพราะถ้าเจตนาเป็นเจ้าของจริง เพื่อนบ้านที่อ้างว่าครอบครองมา 13 ปี พอครบ 10 ปี ก็ควรจะต้องยื่นแล้ว เปลี่ยนเกินมาทำไมตั้ง 3 ปี
ทนายเดชากล่าวต่อว่า และก่อนเพื่อนบ้านฟ้องครอบครองปรปักษ์ก็ได้ย้ายออกไปแล้ว ส่งมอบคืนแล้ว เพราะเราไปแจ้งความจับ แต่เพื่อนบ้านกลับไปจ้างทนายคนใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นทนายประเภทไหน เป็นทนายสายคนดี ใจถึง พึ่งได้ โดยทนายได้แนะนำว่าให้เพื่อนบ้านไปย้ายของกลับไปอยู่ใหม่ ยึดบ้านลูกความตนเป็นครั้งที่ 2 และห้ามเจ้าของบ้านเข้ามา เมื่อเจ้าของบ้านแจ้งความ มีตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตนก็จะไปฟ้องร้องใหม่ เพราะการกระทำคนละกรรม
“นอกจากยึดบ้านแล้ว ยังเอากุญแจบ้านของเจ้าของบ้านไป และเปลี่ยนกุญแจใหม่ พร้อมห้ามเจ้าของบ้านเข้าบ้าน และติดบ้านว่าได้ครอบครองปรปักษ์แล้ว ทั้งที่ศาลยังไม่ได้ตัดสิน” ทนายเดชากล่าว

