ลูกน้อง ‘บิ๊กโจ๊ก’ พ.ต.อ.ภาคภูมิ แจงไม่ได้ข่มขู่คุกคามแอบถ่าย ‘อัยการ’ หลังตกเป็นผู้ต้องหา

14.02.24 | 16:40 น.

ลูกน้อง ‘บิ๊กโจ๊ก’ พ.ต.อ.ภาคภูมิ แจงไม่ได้ข่มขู่คุกคามแอบถ่าย ‘อัยการ’ หลังตกเป็นผู้ต้องหา


พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย รองผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธร ภาค 4 ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคมและองค์กรขบวนการยุติธรรม ในฐานะผู้ต้องหาที่ต้องต่อสู้คดีให้เป็นไปตามขบวนการโดยเคารพกฎหมาย กรณีตกเป็นผู้ต้องหาโดยมิชอบ

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่สำนักงานกฎหมายธีรคุปต์ อาคาร รัชดาวัน รัชดาภิเษก พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย รองผบก.สส.ภ.4 เปิดเผยข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏข่าวในสื่อต่าง ๆ ว่า ตนกับพวกตกเป็นผู้ต้องหาในคดีที่มีพฤติการณ์ไปติดตามเฝ้าถ่ายภาพ แอบถ่าย คุกคาม หรือว่าไปทำในลักษณะที่ข่มขู่ให้ท่านอัยการรู้สึกเกิดความไม่ปลอดภัยชีวิตและครอบครัวการกระทำดังกล่าวเป็นการข่มขู่คุกคามขัดขวางขบวนการสอบสวนโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตน ที่ปรากฏตามสื่อ ที่มีท่านอัยการทำหนังสือถึงท่าน ผบ.ตร. ที่มีเป็นหัวหน้าคณะทำงานสืบสวนสอบสวนในคดีอาญาพิเศษ 24/2526 ที่พวกตนทั้ง 8 คนตกเป็นผู้ต้องหา

พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่าเนื่องจากตนกับพวกทั้งแปดคนถูกกล่าวหาดำเนินคดี ถูกจับกุมเมื่อ 25 กันยายน 2566 จากนั้นมีการสอบสวนเรื่อยมาจนกระทั่งวันที่ 7 ธันวาคม 2566 พนักงานสืบสวนสอบสวนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ตั้งขึ้นมีความเห็นสรุปสำนวนคดีส่งพนักงานอัยการตลอดระยะเวลาที่อยู่ในขบวนการสอบสวนพวกตนก็ต่อสู้กันตามพยานหลักฐานอยูในขบวนการยุติธรรม ไม่ได้ออกไปให้สัมภาษณ์ หรือไปยุ่งเยิงกับพยานหลักฐาน ต่อสู้ไปตามขบวนการตามสิทธิ์ของผู้ต้องหาและประชาชนที่จะเพิ่งมีในการต่อสู้คดี

Advertisement

โดยตนทำหนังสือลงวันที่ 15 ธันวาคม 2566 เป็นการลงชื่อทั้ง 8 คนอย่างเปิดเผยถึงท่านอัยการสูงสุดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีพนักงานอัยการเข้าเป็นที่ปรึกษาหรือร่วมประชุมกับพนักงานสอบสวน มีการมอบหมายโดยชอบหรือไม่ และมีหนังสือสั่งการมอบหมายให้บุคคลใดรวมถึงการเข้ามาประชุมให้คำปรึกษาท่านทราบหรือไม่ว่าในการสืบสวนสอบสวนในครั้งนี้มีการแก้ไขพยานหลักฐาน

เป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดีและนำมากล่าวหาพวกตนเพิ่มเติมเพื่อให้รับโทษหนักขึ้น นอกจากนี้ยังทำหนังสือถึง ผบ.ตร.เพื่อร้องขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่มีความขัดแย้งที่เกิดจากการร่วมทำงานในคดีสำคัญต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวอีกว่า ในหนังสือที่ร้องถึงท่านอัยการสูงสุดนั้นเป็นหนังสือปิดผนึก ตนแนบภาพถ่ายในวันนั้นไปให้ท่านดูด้วย เป็นภาพถ่ายพนักงานอัยการทั้งสองท่านและผู้บัญชาการตำรวจท่านหนึ่งยืนพูดคุยกันในลักษณะลงไปต้อนรับผู้ที่เข้ามาร่วมประชุม เป็นภาพถ่ายที่อยู่ในสถานที่เปิดเผย สถานที่ราชการ โดยตนตัดมาเฉพาะภาพที่เกี่ยวข้องเพื่อแนบประกอบกับหนังสือที่สอบถามท่านอัยการ ลงวันที่ 15 ธันวาคม

จะเห็นได้ว่าในภาพไม่ได้เป็นภาพในลักษณะแอบถ่าย หรือว่าจะสื่อหรือบอกอะไรในลักษณะที่เป็นเชิงคุกคามข่มขู่ ไม่ได้เป็นภาพในชีวิตประจำวัน ไม่ได้เป็นภาพถ่ายที่เกิดจากการเฝ้าสะกดรอยติดตาม หรือถ่ายบุคคลที่เกี่ยวข้องในครอบครัว หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากเนื่องจากอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ส่งหนังสือถึง รอง ผบ.ตร.ให้ตรวจสอบกลุ่มตำรวจพัวพันคดีมินนี่ มีพฤติการณ์คุกคามเเอบถ่ายภาพ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน