ทนายเดชา-หลานอากู๋ แถลงแจงทุกปม โต้ใช้สื่อกดดัน เหตุเศร้าเพื่อนบ้านเสียชีวิต

26.02.24 | 16:54 น.

ทนายเดชา-ทนายกุ้ง พร้อมหลานชายอากู๋ เจ้าของบ้านปรปักษ์ ตั้งโต๊ะแถลงหลัง หนึ่งในคู่กรณีในคดีบุกรุกผูกคอฆ่าตัวตาย รับเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชี้ไม่สบายใจหลังทนายความคู่กรณีให้สัมภาษณ์ว่ามีการใช้สื่อกดดันจนเกิดเหตุ

เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ Decha & Ibs ทนายคลายทุกข์ ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา พร้อม น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ หรือทนายกุ้ง และ นายซัน หลานอากู๋ เจ้าของบ้าน แถลงความคืบหน้าคดีบ้านปรปักษ์หลัง น.ส.ภานุมาส อายุ 52 ปี หนึ่งในคู่กรณี ใช้ผ้าขนหนูผูกคอฆ่าตัวตายที่ห้องนอนชั้น 2 ของบ้านตนเอง ย่านรามอินทรา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 กุมภาพันธ์

โดย ทนายเดชา เปิดเผยว่า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอากู๋เจ้าของบ้านเองก็รู้สึกเสียใจเช่นเดียวกัน จึงขออโหสิกรรมให้ แต่สิ่งที่คาใจคือการที่ทนายความของคู่กรณีให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่ามีการใช้สื่อมวลชนเป็นเครื่องมือกดดัน จนเป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิตตัดสินใจฆ่าตัวตายนั้นคงไม่ใช่สาเหตุหลัก เพราะการไปร้องเรียนสื่อมวลชนเพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้ช่วยเหลือนั้นเป็นเรื่องปกติ เป็นการนำเสนอข่าวเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนให้ได้รับความเป็นธรรม ตนเองเห็นว่าทนายคู่กรณีไม่มีความรับผิดชอบ ไปแนะนำให้ลูกความไปบุกรุกครั้งที่ 2 หรือไม่

พร้อมทั้งกล่าวว่า เป็นทนายความต้องมีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ คุณธรรมต้องนำกฎหมาย โดยผู้ถูกกล่าวหามีความเชื่อมั่นในตัวทนายความคนล่าสุดมากว่าจะสามารถนำบ้านมาเป็นของตัวเองได้ ส่วนจะเป็นการหลอกเอาเงินลูกความหรือไม่นั่น ตนเองไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ แต่อยากให้ประชาชนไปคิดเอาเอง

ซึ่งสำหรับความคืบหน้าคดีแรกที่ผู้เสียหายได้แจ้งความข้อหาบุกรุกกับผู้ถูกกล่าวหา 5 คนนั้น พนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งฟ้องวันที่ 6 มีนาคมนี้ เวลา 09.00 น. เมื่อผู้ต้องหาเสียชีวิตไป 1 คน ก็ต้องจำหน่ายออกจากคดี ซึ่งแนวทางที่อัยการจะสั่งคดีมีทั้งหมด 3 แนวทาง คือ สั่งฟ้องทั้งหมด, สั่งสอบเพิ่มเติม และสั่งไม่ฟ้อง

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ สามีของ น.ส.ภานุมาส ผู้ตาย พร้อมกับสามีของผู้ถูกกล่าวหาอีกคน ได้มาพบกับตนเองและโทรศัพท์มาพูดคุยกับตนว่า ภรรยาได้สำนึกผิดในการบุกรุกเข้าไปในบ้านของอากู๋ ซึ่งยินดีแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด และติดต่อไปยังอากู๋ ต้องการที่จะเข้ากราบอากู๋ ก่อนที่จะเสียชีวิตมีความพยายามหลายครั้ง ซึ่งตนเองพยายามที่จะเป็นคนกลาง ช่วยคุยกับอากู๋ทั้งค่าเสียหายและเรื่องคดีต่างๆ แต่อาจเป็นเพราะเจรจายังไม่ไปถึงไหน จึงอาจทำให้เกิดความเครียดจนตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นผู้เสียชีวิตก็เสียใจและพยายามที่จะมาเยียวยาค่าเสียหาย ซึ่งคนที่ร้องศาลให้มีคำสั่งครอบครองปรปักษ์ ไม่ใช่ผู้เสียชีวิตแต่เป็นพี่สาวของผู้เสียชีวิต ซึ่งผู้เสียชีวิตก็รู้สึกสำนึกในการกระทำและพร้อมเยียวยาค่าเสียหายทั้งหมด โดยผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ให้ทนายความและแฟนของนายซัน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีข้อความระบุว่า “ยังไงก็คิดซะว่าทำบุญให้คนป่วยแบบพี่ด้วยนะคะ”

นายเดชากล่าวว่า โดยส่วนตัวก็เพิ่งเคยเห็นคดีแรกที่ทนายความทำคดีแล้วลูกความเครียดจนเสียชีวิต ซึ่งยังไม่คิดถึงเรื่องการยื่นให้สภาทนายความตรวจสอบจริยธรรมของทนายความคู่กรณี ขึ้นอยู่กับนายซันว่าจะดำเนินการร้องเรียนไปหรือไม่ แต่ตอนนี้อากู๋เจ้าของบ้านตัวจริงบอกแค่ว่า อยากให้มีการไกล่เกลี่ย ซึ่งอากู๋เองทั้งเสียใจและช็อก

ด้าน นายซัน หลานชายของอากู๋ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งฝ่ายตนเองก็พร้อมที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยที่ชั้นศาล ทางตนเองไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนกรณีที่ทางทนายความคู่กรณีกล่าวโทษว่าฝ่ายตนเองพยายามใช้สื่อกดดันนั้น ฟังแล้วทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

ขณะนี้ กำลังปรึกษากันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อดี ซึ่งตนเองทราบมาว่าผู้ถูกกล่าวหาเตรียมยื่นเรื่องขอเจรจาและจะถอนฟ้องคดีปรปักษ์ แต่มีการตรวจสอบแล้วพบว่ายังไม่ได้ถอน ซึ่งผู้ต้องหาพยายามที่จะติดต่อมาว่า ก่อนหน้านั้นก็ยังโกรธอยู่เพราะบุกรุกมาซ้ำซ้อน แต่ตอนนี้ผ่านจุดนั้นมาแล้วเรื่องนี้จะขอว่ากันอีกที

ส่วนการจะขายบ้านหลังนี้ให้กับคู่กรณีหรือไม่ ดำเนินการกับคู่กรณีที่เหลืออย่างไร ต้องขอสอบถามพูดคุยกับอากู๋ก่อน เพราะตอนนี้ยังคงช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเสียใจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง