ป่าไม้ยึดคืนที่ทำกิน ชี้อยู่ระหว่างพิสูจน์ที่ดิน ชาวบ้านแอบขายให้ ตร. แถมจ้างรถมาขุดแล้ว

1.03.24 | 15:56 น.

ป่าไม้ยึดคืนที่ดินทำกิน พร้อมแจ้งความเอาผิด ผู้ขาย-คนซื้อ ยัน ที่ดินเขตอนุรักษ์อนุญาตให้ทำกินได้อย่างเดียว ห้ามซื้อขาย

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เลย นายวันชัย สิมมาเศียร นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ ทำหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ภูหลวง หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลย.9 (ภูหอ) ได้ร่วมกันออกตรวจสอบพื้นที่ไปในพื้นที่ป่า ใกล้ศูนย์ควบคุมหน่วยพิทักษ์ป่าที่ 3 (ภูหอ) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง หลังมีพลเมืองดีแจ้งว่ามีนายตำรวจได้จ้างให้รถแบ๊กโฮ รถไถ เข้าขุดดินและปรับที่หน้าดิน คาดว่าน่าจะอยู่ในเขตอนุรักษ์ พร้อมใช้รถรถแบ๊กโฮขุดร่องประชิดกับแนวการปักหลักเขตบริหารเพื่อการอนุรักษ์ ทำให้ต้นไม้ในป่าธรรมชาติโค่นเสียหาย เนื้อที่ประมาณ 1.27 ไร่ จึงนำกำลังเข้าตรวจยึด

นายวันชัยเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากผู้หวังดีที่ไม่ประสงค์เอ่ยนามได้โทรมาแจ้งว่ามีการลักลอบใช้รถแบ๊กโฮและรถไถขุดปรับหน้าดิน คาดว่าพื้นที่ที่ทำการขุดอาจอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จึงมอบหมายให้ผู้ช่วย พร้อมกำลัง 2-3 นายเข้าตรวจสอบ พบว่ามีการขุดปรับดินจริง จึงได้เข้าไปสอบถามทราบความว่าคนจ้างเป็นตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งเราต้องสืบต่อไปว่าเป็นใคร แต่ก็มีข้อมูลรายละเอียดและแปลงที่อยู่ข้างเคียงก็ยืนยันว่าแปลงที่มีการขุดปรับดินมีการขายให้นายตำรวจนายหนึ่ง

นายวันชัยกล่าวต่อว่า เมื่อนำข้อมูลค่าพิกัดมาตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญัติ (พ.ร.บ.) สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ของกรมอุทยานฯ เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านเมื่อได้รับการพิสูจน์จะได้รับการอนุญาตอยู่ หรือทำกินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กระบวนการยังอยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ แต่ก็มีการลักลอบซื้อขาย ขณะนี้ได้ออกตรวจสอบทั้งแปลงข้างเคียง หรือแม้กระทั่งตัวเจ้าของที่ดินที่ไม่อาจกล่าวนำได้ แต่ก็ได้รับสารภาพว่าได้มีการซื้อขายแปลงดังกล่าวให้นายตำรวจคนดังกล่าวจริง จึงเป็นที่มาสนธิกำลังในการร่วมกันจับกุมในครั้งนี้

Advertisement

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ มีความเสียหายในพื้นที่ดังกล่าวประมาณ 1.2 ไร่ และได้ยึดของกลางมีรถแบ๊กโฮ จำนวน 1 คัน รถ 6 ล้อ และรถไถอีก 1 คัน โดยของกลางทั้งหมดจะถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยควบคุมป่าไม้ที่ 3 และเรื่องนี้อยากฝากถึงเกษตรกร พี่น้องประชาชน สิทธิทำกินที่เรามีอยู่เป็นสิทธิที่ทางราชการได้พยายามแก้ไขปัญหา เรื่องที่ดินทำกินที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ หากนำไปขายถือว่าผู้ขายเป็นผู้หมดสิทธิ ส่วนผู้ซื้อถือเป็นการบุกรุกใหม่ จึงต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับพื้นที่ที่เข้าตรวจยึดกลับมาเมื่อคดีสิ้นสุดแล้ว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงจะได้นำมาฟื้นฟูให้มีความอุดมสมบูรณ์ต่อไป

หลังจากการตรวจยึด นายวันชัยได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ภูหลวง ในข้อหาการซื้อขายที่ดินในการครอบครองของราษฎรตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ซึ่งผู้ซื้อถือเป็นผู้บุกรุก และผู้ขายถือเป็นผู้หมดสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป และผู้ซื้อยังได้ว่าจ้างบุคคลให้ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือทำด้วยประการใดให้เสื่อมสภาพ หรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิม ซึ่งถือเป็นการร่วมกันกระทำผิดกฎหมาย