คนบ้านเดียวกันก๊งเหล้าพูดผิดหูกระซวกดับ ควบจยย.ซิ่งหนี ตร.ล่าตัว

29.01.17 | 20:52 น.

เมื่อวันที่ 29 มกราคม ร.ต.อ.ประหยัด รับรอง สว.(สอบสวน) ส.รฟ.นพวงศ์ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตด้วยอาวุธมีด บริเวณโรงกลึงซ่อมล้อรถไฟ ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ริมรางทางรถไฟ ห่างจากโรงกลึงซ่อมล้อรถไฟ 200 เมตร พบโบกี้รถไฟสภาพเก่า 3 โบกี้ ดัดแปลงเป็นที่พักไม่มีเลขที่ พบศพนายศักดา หรือคิงส์ แสงพารา อายุ 26 ปี ชาวจ.ร้อยเอ็ด อดีตพนักงานร้านอาหาร ย่านสำโรง สภาพนอนหงายถูกปฐมพยาบาลเบื้องต้นถูกมีดทำครัวปลายแหลม ยาว 1 ฟุต แทงเข้าหน้าอกซ้ายมิดด้าม โดยมีคราบเลือดไหลทางยาวข้างโบกี้ และเพื่อนนั่งดื่มสุราร้องไห้ฟุ่มฟายใกล้ศพ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำผ้าขาวมาคลุมร่างไว้ แ

จากการสอบถามนายอุทิตย์ พิมพ์บูลย์ อายุ 29 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด อาชีพ รปภ.บริษัท ที.พี.เค อินเตอร์การ์ด จำกัด รับผิดชอบดูแลสินทรัพย์ของการรถไฟ เปิดเผยว่า เป็น รปภ.มากว่า 8 ปี โดยดัดแปลงที่ดังกล่าวเป็นที่พัก โดยก่อนเกิดเหตุ ตนและเพื่อน 4 คน เริ่มนั่งดื่มสุรากันเวลาประมาณ 10.00 น. เนื่องจากหยุดงาน พวกตนดื่มกินด้วยกันบ่อยเพราะเป็นคนบ้านเดียวกัน อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด เมื่อดื่มสุรากันได้ที่ ต่างคนต่างพูดประวัติของตัวเองว่าสมัยวัยรุ่ยว่าเคยทำวีรกรรมอะไรบ้าง กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. ผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อว่านายบี้ อายุ 30 ปี อยู่ย่านหลักสี่ มีปากเสียงกับนายศักดาจนชกต่อย จากนั้นตนและเพื่อนอีกคนก็ช่วยกันห้ามจนทั้งคู่จนใจเย็นลงแล้วนั่งดื่มกันต่อ แต่คู่กรณีได้ออกไปยืนปรับความเข้าใจกันข้างที่พักได้ชั่วครู่ นายศักดาวิ่งมาหาพร้อมกุมมือที่หน้าอกมีเลือดไหล แล้วล้มลง จึงตะโกนให้ชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือพร้อมประสานหน่วยแพทย์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนนายบี้ใช้ช่วงชลมุนขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีชมพู ไม่ทราบทะเบียน ขับขี่หลบหนีไป

ร.ต.อ.ประหยัด กล่าวว่า กรณีมีผ้าพันแผลติดอยู่นั้นทางทีมแพทย์โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนหน้านี้แล้ว ใช้เวลา 30 นาที แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้เนื่องจากโดนผนังหัวใจ จึงประสานมูลนิธิร่วมกตัญญูมาดำเนินการ ส่วนผู้ก่อเหตุได้ประสานฝ่ายสืบสวนตรวจสอบเส้นทางการหลบหนี พร้อมตรวจสอบประวัติ และจะเชิญตัวผู้อยู่ในเหตุการณ์ไปสอบปากคำที่ ส.รฟ.นพวงศ์ ในวันพรุ่งนี้เช้า เนื่องจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ยังอยู่ในภาวะมึนเมา โศกเศร้า ร้องไห้ตลอดเวลา เบื้องต้นนำตัวผู้เสียชีวิตไปชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง