ยายเด็กป.5 สมาธิสั้นถูกเพื่อนรุมทำร้ายแจ้งความแล้ว ผอ.แจงวุ่นเด็กอัพคลิปหารายได้
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตรวจสอบพบความรุนแรงในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอ.นาดูน จ.มหาสารคาม โดยพบโซเชียล แชร์คลิปเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันระหว่างนักเรียนด้วยกัน
โดยเหตุการณ์แรกที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นภาพเด็กนักเรียนหญิง ชั้น ป.5 3-4 คน ยืนรุมล้อมเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เรียนอยู่ชั้น ป.5 เช่นเดียวกัน โดยน้องคนนี้เป็นเด็กสมาธิสั้น ประเภทพัฒนาการช้า แต่อยู่คนละห้องกับกลุ่มเด็กที่มารุมทำร้าย สาเหตุเพราะน้องที่ถูกทำร้ายได้มาตามหาปากกาลบคำผิดที่เพื่อนยืมไป แต่ว่าไม่ได้ของคืน จึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันและด่าทอกันไปถึงบุพการี จนเกิดการทำร้ายร่างกายกันขึ้น ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ซึ่งในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม โรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เกิดเหตุที่ปรากฏในคลิปได้เรียกทั้งกลุ่มเด็กที่กระทำ และเด็กที่ถูกกระทำมาพบและพูดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยมีนายอำเภอนาดูน ผอ.โรงเรียน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอนาดูน และเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็ก พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.มหาสารคาม มาร่วมพูดคุยปรับความเข้าใจกัน
โดยเด็กหญิงที่ถูกเพื่อนทำร้ายนั้นเป็นเด็กมีอาการสมาธิสั้น ประเภทการเรียนรู้ช้า ซึ่งสาเหตุมาจากน้องผู้หญิงที่ถูกทำร้ายได้มาตามหาปากกาลบคำผิด แต่พวกกลุ่มเด็กอีกฝ่ายบอกว่าไม่ได้เอาไป จึงเกิดการทะเลาะวิวาทและด่าทอถึงบุพการี จนเกิดการทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งในการพูดคุยเจรจาและปรับความเข้าใจกัน ตลอดจนขอโทษกันและกันและให้ผู้ปกครองไปช่วยดูแลพฤติกรรมและเยียวยาเด็กที่ถูกทำร้ายอย่างใกล้ชิด โดยมีการเผยแพร่ภาพนิ่ง เป็นภาพเด็กนักเรียนหันหลังให้กล้องแล้วยกมือไหว้ขอโทษทางผู้ปกครองและคณะครู
ต่อมาเมื่อคืนวันที่ 3 มีนาคม มีการแชร์คลิปการทำร้ายร่างกายกันในโรงเรียนอีกครั้งผ่านทางโซเชียล ซึ่งจากข้อมูลพบว่าสถานที่และนักเรียนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทเป็นโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรีอีกครั้ง เป็นโรงเรียนเดิม ซึ่งที่เกิดเหตุเป็นการทำร้ายกันในห้องน้ำหญิง
โดยในคลิปปรากฏภาพนักเรียนเสื้อสีส้มได้ลงมือทำร้ายนักเรียนที่ใส่เสื้อสีเขียว ที่บริเวณในห้องน้ำ โดยมีนักเรียนคนอื่นๆ ต่างก็ยืนดู ยืนมองอยู่ โดยที่นักเรียนเสื้อสีเขียวไม่ได้มีการตอบโต้ หรือสู้กลับ มีการส่งเสียงกันในคลิปบอกให้คนที่ถูกตีนั้นสู้กลับ จะให้ถูกตุ๊บ ตุ๊บ อยู่ฝั่งเดียวไม่ได้ ตีให้มันแล้วๆ ไป ยังไงก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่สอบถามนายประสาท ราชจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า หลังจากที่ปรากฏคลิปอีกคลิปหนึ่ง ที่ปรากฏภาพนักเรียนมีการทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้นก็พบว่าเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คิดว่าการใช้สื่อตรงนี้เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งปัจจุบันการโพสต์คลิปพวกนี้ก็เป็นการหารายได้ประเภทหนึ่ง เห็นผู้ปกครองทำคลิปสร้างรายได้อะไรต่างๆ ก็เลยอยากจะลองดู เป็นการเลียนแบบของสังคม ที่ทำให้มียอดไลค์ ยอดแชร์เพิ่มมากขึ้น
สำหรับในส่วนโรงเรียนก็จะหามาตรการดูแลพฤติกรรมเด็กนักเรียนอย่างใกล้ชิดให้มากยิ่งขึ้น กำชับครูประจำชั้นให้จับตาดู หากเกิดความขัดแย้งระหว่างนักเรียนให้เร่งพูดคุยและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันอีก นอกจากนี้ จะมีการอบรมนักเรียนในโรงเรียนให้รู้จักถึงประโยชน์และโทษของโซเชียล และรู้ถึงความเหมาะสมของข้อมูลที่จะอัพโหลดหรือเผยแพร่ในสื่อสังคมโซเชียลต่างๆ
โดยรายงานข่าวแจ้งว่า ในวันนี้ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะลงพื้นที่เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน โดยมีเจ้าหน้าที่ หน่วยงานในสังกัด สพป.มหาสารคาม เขต 2, กรมกิจการเด็ก สนง.พมจ.มค., จนท.รพ.นาดูน และคณะกรรมการสถานศึกษา เข้าร่วมหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน
โดยนางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่โรงเรียนเพื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผอ.โรงเรียนและคุณครูทั้ง 17 คน ต้องมีการวางมาตรการดูแลนักเรียนปกติและนักเรียนที่เป็นเด็กพิเศษใหม่ทั้งหมด โดยจะต้องมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในลักษณะนี้อย่างใกล้ชิด ส่วนเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องชี้แจงให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้าใจถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลบุตรหลาน จะต้องร่วมกันที่จะทำให้เด็กนักเรียนมีภูมิคุ้มกันที่จะทำให้มองว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำและอะไรคือสิ่งที่ไม่ควรทำ
ส่วนการดูแลนักเรียนจะแยกเป็นดูแลนักเรียนที่ถูกทำร้าย จะมีการเยียวยาจิตใจและจัดให้มีการเรียนการสอนอีกรูปแบบหนึ่งที่เหมาะสม ส่วนนักเรียนที่ทำร้ายเพื่อน มีพฤติกรรมรุนแรง จะอบรมและดูแลพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดร่วมกับผู้ปกครอง และสุดท้ายคือกลุ่มกองเชียร์ หรือผู้อยู่ในเหตุการณ์ จะต้องมีการให้ความรู้ ไม่เห็นความรุนแรงเป็นเรื่องปกติและช่วยยับยั้ง
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าคลิปทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ในโรงเรียน ดังนั้น คุณครูและ ผอ.โรงเรียนต่างไม่อยากให้เกิดขึ้นและรู้สึกเสียใจมากที่เกิดเหตุในลักษณะแบบนี้ถึง 2 ครั้ง ซึ่งจะให้โรงเรียนได้แจ้งข้อมูลการดูแลนักเรียนขณะนั้นโดยละเลียดอีกครั้ง และรายงานกระบวนการแก้ไขปัญหา หรือแนวทางต่างๆ ที่จะปรับเปลี่ยนเข้ามาที่กระทรวงอีกด้วย
สำหรับการลงโทษนักเรียนต้องเข้าใจว่าเวลาที่เราจะลงโทษอะไรนักเรียนต้องมีการคุยกันก่อน แล้วหาต้นตอของสาเหตุที่ชัดเจน รวมถึงเบื้องลึกของพฤติกรรมของเด็กคนนี้อยู่ในครอบครัวแบบไหน เราจะคุยแล้วปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเขา ต้องดูความเหมาะสม เพราะอาจเป็นแผลระยะยาวที่จะตามมาได้ จึงจะให้พวกนักจิตวิทยาและสหวิชาชีพมาช่วยกัน แต่สิ่งที่สำคัญตอนนี้เราต้องดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนทุกฝ่ายก่อน
ขณะเดียวกัน จากข่าวก่อนหน้านี้ที่ออกมาว่าจบกันด้วยดีนั้น ต่อมานักข่าวได้รับการติดต่อจากยายของเด็กนักเรียนผู้เสียหายว่าไม่ใช่ตามที่เป็นข่าวออกไปก่อนหน้า ยายในฐานะผู้ปกครอง อยากที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.นาดูน ไว้แล้ว เพราะเมื่อเห็นคลิปแล้วรู้สึกว่าทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้
นักข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่หมู่บ้านหนึ่ง ใน ต.หัวดง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นบ้านของเด็กที่ถูกทำร้ายในคลิป พบกับ นางทองส่วน พรมมาแข้ อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นยายของเด็กที่ถูกทำร้าย ที่มีอาการสมาธิสั้น กล่าวว่า วันที่หลานสาวถูกทำร้ายร่างกายตนไม่ทราบเรื่อง เพราะกลับมาบ้านตอนเย็นก็เห็นหลานนิ่งเงียบ มีอาการซึมและไม่ยอมกินข้าว เอาแต่นอน พอตอนเช้าไปโรงเรียนก็มีอาการหวาดกลัว ตนก็รู้สึกแปลกใจแต่ยังไม่รู้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ต่อมาได้รับการติดต่อจากโรงเรียนว่ามีเรื่องกัน ก็ไปที่โรงเรียน มีการพูดคุยขอโทษกัน แต่ตอนนั้นตนยังไม่เห็นคลิป ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรรุนแรง จนกระทั่งเมื่อมาเห็นคลิปที่หลานถูกกลุ่มเพื่อนรุมทำร้ายร่างกาย ทั้งตบ เตะ จับร่างกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ก็รู้สึกตกใจมาก ไม่คิดว่าหลานจะถูกกระทำรุนแรงขนาดนี้ หลานของตนไม่ใช่เด็กออทิสติก แต่เป็นเด็กที่มีพัฒนาการช้า
ซึ่งในวันที่โรงเรียนได้เรียกผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่าย โรงเรียนได้เป็นฝ่ายให้ข้อมูลแก่สื่อและสังคมว่ากรณีเด็กทำร้ายกันนั้นจบลงแล้ว มีการทำความเข้าใจกันตามรูปที่ปรากฏ โดยให้เด็กกอดและจับมือกัน จากนั้นก็มีเพียงเจ้าหน้าที่จากเขตพื้นที่การศึกษาเข้ามาพูดคุยไม่นานและก็ทำเหมือนจบกันไป ส่วนผู้ปกครองของกลุ่มเด็กที่มาทำร้ายหลานก็ยังไม่มาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ที่ผ่านมาตนรู้สึกเหมือนถูกมัดมือชก เพราะไม่ได้พูดคุยให้สัมภาษณ์กับสื่อ หรือให้ข้อมูลอาการบาดเจ็บของหลานเลย ขณะนี้หลานตนมีอาการหวาดกลัว ไม่อยากไปโรงเรียน และยังมีอาการบาดเจ็บที่ปรากฏตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า ลำตัวมีรอยฟกช้ำ ขาบวม ส่วนบริเวณกกหูที่ถูกเพื่อนตบก็ยังมีอาการปวดบวมอยู่ ซึ่งทุกครั้งที่เห็นร่องรอยที่ถูกกระทำบนตัวหลานก็รู้สึกเจ็บปวดใจมาก ยิ่งเมื่อได้เห็นคลิปก็รู้สึกสะเทือนใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ไม่คิดว่าหลานตนซึ่งเป็นคนที่มีพัฒนาการช้าแบบนี้ ไม่เคยทำร้ายใคร แต่กลับต้องมาถูกรุมทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงเช่นนี้
พอเห็นคลิปจึงได้แจ้งกับผู้ใหญ่บ้านและให้ผู้ใหญ่บ้านพาไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.นาดูน เพราะว่าครอบครัวอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะพ่อแม่ของหลานต้องทำงานรับจ้างขับรถที่กรุงเทพฯ มีภาระงานที่รัดตัวจึงเดินทางกลับมาจัดการเรื่องนี้ลำบาก มีเพียงตนซึ่งอายุมาก ก็ไม่รู้จะเรียกร้องความเป็นธรรมในเรื่องนี้กับใคร อีกทั้งพอเห็นคลิปทีไรก็น้ำตาตกทุกที สลดใจ หดหู่ใจมาก กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลานโดนกระทำอย่างไม่ใช่คน วันเสาร์ที่ผ่านมาแค่จัดฉากให้เด็กจับมือกัน ขอโทษกัน โรงเรียนคงไม่อยากให้เสียหาย มีนายอำเภอเป็นคนให้ข่าวว่าจบกันด้วยดี ตอนนี้อยากให้นักข่าวช่วยเหลือ ให้ความเป็นธรรมให้กับหลานตนด้วย อยากให้กลุ่มผู้กระทำได้รับโทษให้สาสมกับที่ทำกับหลานตน อยากให้รู้บ้างว่า หากกลุ่มนั้นถูกกระทำบ้างจะรู้สึกอย่างไร จะรู้สึกแบบไหน ที่โรงเรียนบอกว่าจะเยียวยาก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า อยากจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะญาติพี่น้องที่เห็นคลิปก็โทรมาบอกให้กำลังใจ ใครเห็นก็ร้องไห้โฮ ไม่คิดว่าหลานจะถูกกระทำรุนแรงขนาดนี้ ตอนนี้จะไม่ให้หลานไปเรียนแล้ว ให้ย้ายโรงเรียนแน่นอน เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยของหลาน

