อัยการฟ้อง 3 ข้อหาเพื่อนบ้านบุกรุกบ้านอากู๋ ศาลนัดฟังคำสั่งถอนคดีครอบครองปรปักษ์ 18 มี.ค.
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่สำนักงานอัยการมีนบุรี น.ส.ศรีพรรณ สามัคคี นางนิตยา สามัคคี นายพลกฤษณ์ ทองคำ และ น.ส.มาลี คินน้อย ผู้ต้องหาในคดีบุกรุกบ้านอากู๋เหมทัศน์ ซอยรามอินทรา 58 เข้ารับฟังคำสั่งพนักงานอัยการ พร้อมนายสุรศักดิ์ ภู่นาค ทนายความ
นายสุรศักดิ์ ทนายความ เปิดเผยว่า ตนเองรับผิดชอบในคดีอาญาเรื่องการบุกรุกเท่านั้น ซึ่งคาดว่าวันนี้อัยการจะมีคำสั่งฟ้องทันที สำหรับ น.ส.ภาณุมาศ สามัคคี หนึ่งในผู้ต้องหาที่เสียชีวิตไปแล้ว ก็จะจำหน่ายคดีไป ขณะที่เรื่องการเจรจาก็ได้พูดคุยกับนายซัน และ น.ส.อาย คู่กรณีไปบ้างแล้ว ลูกความตนเองก็ยอมรับผิดในส่วนที่ผิด พร้อมขอเวลาแก้ไข เพราะมีผู้เสียชีวิตไปแล้วก็ไม่อยากให้เหตุบานปลายไปมากกว่านี้
นายอานนท์ จิตตกูล อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญามีนบุรี 1 กล่าวว่า หลังรับตัวผู้ต้องหาแล้ว คณะพนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในความผิดฐานบุกรุก, ทำให้เสียทรัพย์ และลักทรัพย์ ตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาไว้ เนื่องจากได้พิจารณาประกอบพยานหลักฐานแล้วพบว่ามีมูล โดยสัปดาห์ก่อน พนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องแจ้งเข้ามาว่ามี น.ส.ภาณุมาศ หนึ่งในผู้ต้องหาได้เสียชีวิตลง ก็สั่งยุติคดีไป ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 4 รายก็จะนำตัวส่งฟ้องต่อศาลอาญามีนบุรีในวันนี้ทันที
นายอานนท์กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาตั้งแต่ในชั้นสอบสวน ขณะที่ชั้นอัยการ ผู้ต้องหาไม่ได้มีข้อร้องขอความเป็นธรรมใดๆ ทั้งยังมีความพยายามจะขอเจรจากับคู่กรณีด้วย แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้มาพูดคุยกัน อย่างไรก็ตาม หากบ้านของคู่กรณีได้รับความเสียหายจากการบุกรุกก็สามารถร้องขอค่าชดเชยทางแพ่งได้
ภายหลังรับฟังคำสั่งเสร็จสิ้น น.ส.ศรีพรรณได้เดินทางขึ้นรถและเดินทางไปศาลต่อทันที พร้อมปฏิเสธไม่ตอบคำถามใดกับสื่อมวลชน
ต่อมา น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ หรือทนายกุ้ง ทนายความฝ่ายผู้เสียหาย เผยว่า จนถึงตอนนี้คู่กรณีรวมถึงทนายความ ยังไม่ได้ติดต่อเข้ามาพูดคุยกับลูกความอย่างเป็นทางการ แม้ที่ผ่านมาได้แสดงความประสงค์ที่จะเข้ามาเจรจา แต่ในเมื่อคดีถึงชั้นศาลแล้วก็ให้มาพูดคุยกันที่ศาล ซึ่งวันนี้อัยการได้นัดส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีบุกรุก ส่วนค่าเสียหายในคดีนี้ยังไม่มีการพูดคุยกัน เนื่องจากต้องรอเห็นสำนวนของพนักงานอัยการก่อนว่ามีการประเมินค่าเสียหายจำนวนเท่าไหร่
ส่วนสำนวนคดีที่ 2 หรือคดีครอบครองปรปักษ์ พนักงานสอบสวนยังคงสอบสวนอยู่ แม้ น.ส.ศรีพรรณได้ยื่นถอนการครอบครองแล้ว แต่ศาลยังไม่มีคำสั่งถอนคำร้อง จึงต้องรอนัดหมายอีกครั้งวันที่ 18 มีนาคมนี้ ซึ่งลูกความจะเรียกร้องค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นเงิน 3 แสนบาท และเรียกเก็บค่าเช่าย้อนหลัง 6 ปีตามที่มีหลักฐาน โดยให้จ่ายเป็นเดือน เดือนละ 20,000 บาท
น.ส.อำนวยพรกล่าวอีกว่า ยังคงยืนยันว่าหากเปลี่ยนตัวทนายวัฒนา เรืองแก้ว ทนายฝั่งคู่กรณี ตามข้อตกลงของอากู๋ ก็จะเจรจากันได้ง่ายขึ้น แต่จนขณะนี้เจ้าตัวไม่เคยติดต่อเข้ามาพูดคุย

