‘ยามแดง’ ขอขมาป้าอี๊ด ลูกชาย สุดแค้น ขว้างรูปใส่หน้า ลั่นไม่อโหสิกรรม-ติดคุกสบายไป
จากกรณี พบศพ นางฉวีวรรณ ใจช่วย อายุ 69 ปี หรือ ป้าอี๊ด อยู่บ้านเลขที่ 209 ม.10 ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง โดยพบศพถูกฆาตกรรมมัดมือไพล่หลัง กางเกงพันศีรษะครอบด้วยถังพลาสติก ทิ้งศพภายในสระน้ำ ภายในสวนทุเรียน ริม ถนนไร่อ้อย-เขายายพริ้ง ม.4 ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยองนั้น
ล่าสุดกลางดึกเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ตำรวจจับกุมตัวที่บ้านพักกลางเมืองจันทบุรี ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ปากน้ำประแสร์ นายเจริญ สารภาพ เป็นคนลงมือฆ่านางฉวีวรรณ เหตุเพราะโมโหที่ผู้ตายไม่ให้ยืมเงิน จึงบีบคอจนตายก่อนจะนำศพใส่รถไปทิ้ง สำหรับ รปภ.โหดรายนี้ มีความสนิทสนมกับผู้เสียชีวิต คอยรับส่งตลอด จนผู้ตายไว้ใจนั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 มีนาคม พ.ต.อ.พิมุข นาคขำพันธ์ ผกก.สภ.ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง ได้กล่าวว่า จากการสอบสวน นายเจริญ งอยภูธร อายุ 55 ปี ผู้ต้องหา ฆ่านางฉวีวรรณ หรือ ป้าอี๊ด อายุ 69 ปี ให้การรับสารภาพ ว่าลงมือฆ่าคนเดียว โดยการบีบคอ แล้วมัดมือไพล่หลัง ก่อนจะขนศพทิ้งสระน้ำ จึงแจ้ง 3 ข้อหา 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2.ซ่อนเร้นอำพรางศพ 3.ลักทรัพย์ เบื้องต้นนายเจริญ ผู้ต้องหาไม่ประสงค์จะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่ต้องการขอขมาศพ
ต่อมานายพรชัย อายุ 26 ปี บุตรชายคนสุดท้อง ของผู้เสียชีวิต ได้ถือรูปเข้าไปภายในห้องสอบสวน เพื่อให้นายเจริญ ผู้ต้องหาขอขมา นายพรชัย ได้ถือรูปแล้วนั่งบนโซฟา ต่อมาตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหา ซึ่งถือธูปมา 1 ดอก แล้วคุกเข่าลงต่อหน้านายพรชัย ที่ถือรูปผู้เสียชีวิตอยู่
แต่ขณะที่ นายเจริญ ผู้ต้องหากำลังพนมมือกล่าวคำขอขมา ปรากฏว่า นายพรชัย บุตรชายผู้เสียชีวิต ได้ยกแผ่นกระดาษรูปแม่ ขว้างใส่หน้านายเจริญ พร้อมกับลุกขึ้นเตรียมเข้าทำร้าย แต่ตำรวจห้ามไว้ทันก่อนจะพาตัวผู้ต้องหาออกไปทันที

นายพรชัย ได้เปิดเผยด้วยความโมโห ว่า จะไม่มีวันอโหสิกรรมให้ กับการกระทำที่สุดโหดเหี้ยม ความจริงแล้วไม่อยากให้ติดคุก เพราะจะสบายเกินไป ไม่สาสมกับการกระทำ แม่ไม่ให้ยืมเงิน 100,000 บาท ถึงกับฆ่ากัน
นายศราวุฒิ อายุ 39 ปี บุตรชายคนที่ 3 ของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่า ตนเองและพี่น้อง ต่างก็พุ่งเป้าไปที่นายเจริญ ว่าเป็นคนฆ่า เพราะมีคนเห็นไปกับนายเจริญก่อนแม่จะหายตัวไป แต่ที่ไม่พูดกับนักข่าว เพราะเสียใจและเครียด ที่ตำรวจและสังคม พุ่งเป้าไปที่น้องชาย จึงไม่ขอพูดอะไร
นายศราวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับทรัพย์สินของแม่ที่หายไป มีสร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือ แหวน น้ำหนักรวมประมาณ 3 บาท สำหรับนายเจริญผู้ต้องหา เข้ามาตีสนิทคอยช่วยเหลือแม่ตอนไปธนาคาร จนทำให้แม่ไว้ใจ จึงได้ให้ความช่วยเหลือนายเจริญ ไม่คิดว่าจะโหดร้ายถึงเพียงนี้ ทางครอบครัวไม่ขออโหสิกรรม หากจะมาขอขมาก็มาได้ ส่วนศพนางฉวีวรรณ จะเคลื่อนศพมาบำเพ็ญกุศล ที่วัดเหมืองแร่ ต.น้ำเป็น อ.แกลง จ.ระยอง โดยกำหนดสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 4 คืน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวนายเจริญ ไปชี้เส้นทางที่นำศพมาทิ้งอำพราง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะพาตัวไปฝากขังต่อไป


