ตร.เร่งกู้วงจรปิด หานาที อดีตมือปราบ ลั่นไกเมีย-พี่สาว เพื่อนบ้านเผยมือยิง นิสัยดี-ใจเย็น
จากกรณี ร.ต.อ.สมเด็จ สุขรมย์ อายุ 62 ปี อดีต รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี (ชุดพิรุณ) ใช้อาวุธปืนกล็อก ขนาด 9 มม. ยิง นางสุทธาทิพย์ หรือ คุณนายหมู อายุ 53 ปี ภรรยา กระสุนเข้าศีรษะ 1 นัด และนางพิมพิลา หรือ ป้าไร อายุ 62 ปี ญาติคุณนายหมู กระสุนเข้าศีรษะ 1 นัด หัวไหล่ซ้าย 1 นัด เอวซ้าย 1 นัด
ทั้งหมดนอนเสียชีวิตอยู่ใต้ถุนบ้านเรือนไทย ต.บ้านตาด อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านของนางสุทธาทิพย์ ที่มีรั้วรอบขอบชิดในเนื้อที่ 15 ไร่ และกำลังจะเตรียมงานขึ้นบ้านหลังใหม่ที่อยู่ติดกันกับบ้านที่เกิดเหตุ และจะจัดงานวันเกิดนางสุทธาทิพย์ ไปพร้อมกัน แต่มาเกิดเหตุสลดขึ้นเสียก่อนนั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 มีนาคม 2567 หลังจากตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดอุดรธานี แพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี ตรวจสอบสภาพศพ และเก็บวัตถุพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเสร็จแล้ว ได้มอบหมายให้อาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน นำศพทั้งหมดไปชันสูตรอย่าละเอียด และเก็บรักษาไว้รอให้ญาติติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ส่วนกล้องวงจรปิดตำรวจตรวจสอบพบว่า มีการปิดสวิตช์เซิร์ฟเวอร์หรือตัวบันทึกภาพ ต้องให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญนำไปตรวจสอบ ไม่รู้ว่าจะสามารถกู้ภาพคืนได้หรือไม่

พ.ต.ท.ชัยรัตน์ ประสารพันธ์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ลำดับการเสียชีวิต และบาดแผลนั้น ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด ของทางตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และทีมแพทย์ ส่วนกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทราบว่ามีการปิดคัตเอาต์ หรือสวิตช์เครื่องบันทึกภาพ ในส่วนปมสังหารหรือสาเหตุนั้น ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานแวดล้อม และพยานวัตถุในที่เกิดเหตุ รวมทั้งกล้องวงจรปิดในบ้าน ซึ่งทางชุดสืบสวนอยู่ระหว่างดำเนินการ
ส่วนกระสุนปืนจาการตรวจสอบพบหัวกระสุนขนาด 9 มม. 2 หัว ปลอกกระสุน 4 ปลอก และกระสุนปืนในแม็กกาซีน และในรังเพลิงรวม 11 นัด ในส่วนของเวลาของผู้เสียชีวิตนั้น จากการตรวจสอบของทางนิติเวช และพิสูจน์หลักฐานทราบว่า หญิงผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เสียชีวิตมากกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงค่ำแล้ว ส่วนทางฝ่ายชายนั้นเสียชีวิตมาประมาณ 4 ชั่วโมง คาดว่าจะใช้อาวุธปืนยิงหัวตัวเองช่วงเช้ามืดวันนี้ ด้านบาดแผลต้องรอผลยืนยันจากทางนิติเวชและพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง เบื้องต้นได้ทำการตรวจเขม่าดินปืนทั้ง 3 ศพ และพยานที่เป็นคนสวน และเป็นคนพบศพคนแรกด้วย

นางโสภา พิมพ์ศรี อายุ 59 ปี ญาตินางสุทธาทิพย์ผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนเป็นญาติผู้พี่ของคุณนายหมู หากที่บ้านมีงานอะไร คุณนายหมูก็จะโทรมาบอกให้ตนมาเอาของไปกิน ทั้ง 2 คน จะทะเลาะกันบ่อย แต่ไม่รุนแรงเหมือนครั้งนี้ โดยคุณนายหมูจะเป็นคนอารมณ์ร้อนแรง ใช้ความโมโหบ่อยครั้ง ถ้าไม่หนักก็คงไม่เป็นแบบนี้ ตนคาดว่าอาจเกิดจากเมียที่พูดบ่อยด้วยอารมณ์โมโหบ่อย ส่วนผู้กองสมเด็จ แกเป็นคนดีใจและใจเย็น ส่วนคุณนายหมูเป็นคนใจร้อน ถ้าใครพูดผิดหูก็จะตามไปถึงที่ ส่วนปืนนั้นเป็นของผู้กองสมเด็จ คุณนายหมูจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวและไม่เคยมีปืน เขามาอยู่ที่นี่ด้วยกันได้ประมาณ 10 ปีแล้ว และพรุ่งนี้จะมีการจัดงานขึ้นบ้านใหม่ และฉลองวันเกิดของคุณนายหมูไปพร้อมกัน
”ซึ่งก่อนเกิดเหตุตนสังเกตว่า ทั้ง 2 คน มีใบหน้าเศร้าหมองคล้ำ ตนก็ได้ทักท้วงไป คุณนายหมูก็จะบอกตนว่าปวดขา และเดินแทบไม่ได้ ปกติคุณนายหมูจะเป็นคนร่าเริง ตนก็คิดว่าผู้กองสมเด็จ คงจะเหลืออด จึงก่อเหตุยิงภรรยาของตนเอง และยิงป้าไรด้วย ส่วนสาเหตุลึกๆ ตนไม่รู้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของคนทั้ง 3 ที่เสียชีวิตตามกันไป”

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไปขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดบ้านที่อยู่เยื้องกันกับบ้านที่เกิดเหตุ และอยู่ห่างกันประมาณ 200 เมตร ระบุเวลา 19.12 น.วันที่ 12 มีนาคม 2567 ขณะที่เจ้าของบ้านและญาติกำลังดื่มกินและเปิดเครื่องเสียง หลังมาตุ้มโฮมปรึกษาเตรียมงานแต่งของลูกชายเจ้าของบ้าน ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกัน 4-5 นัด โดยช่างเสริมสวยที่เคยทำผมให้นางสุทธาทิพย์ ผู้ตาย ได้โทรไลน์ไปสอบถาม เวลา 19.19 น. แต่ไม่มีใครรับสาย คาดว่านางสุทธาทิพย์ และป้าไร ถูก ร.ต.อ.สมเด็จ ยิงเสียชีวิตแล้ว
นายบรรเทิง คำพลเเสน อายุ 55 ปี เล่าว่า ขณะที่ตนและญาติกำลังเตรียมงานแต่งงานให้ลูกชาย หลังพูดคุยกับญาติเสร็จแล้วก็มีการดื่มกิน และเปิดเครื่องเสียง ช่วงเวลาประมาณ 19.30 น.ตนได้ยินเสียงปืนดัง 4-5 นัด แต่ไม่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย และมีเพื่อนที่รู้จักกันโทรศัพท์เข้าไปหาคนในบ้าน แต่ไม่มีใครรับสาย ตนก็ไม่กล้าเข้าไปดู เพราะไม่สนิทกันกับบ้านที่เกิดเหตุ
”จึงให้ญาติที่เป็นช่างเสริมสวย ที่เคยเสริมสวยทำผมให้เจ้าของบ้าน โทรไลน์ไปสอบถาม แต่เจ้าของบ้านก็ไม่รับสาย ตนคิดว่าถ้ายิงกันตาย ตอนเช้าคงมีคนเข้าไปพบเห็น โดยปกติตนก็ไม่ได้สนิทกันกับเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ จึงไม่รู้เรื่องส่วนตัวอะไรกัน แต่ช่วงเกิดเหตุนั้น ตนได้เปิดเพลงเสียงดังแต่ก็ยังได้ยินเสียงปืน”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ร.ต.อ.สมเด็จ สุขรมย์ หรือผู้กองเด็ด จบจากโรงเรียนตำรวจภูธร ภาค 4 หรือมอดินแดง รุ่นที่ 12 เป็นตำรวจมือปราบ และตำรวจ สส.ชุดพิรุณ สภ.เมืองอุดรธานี เป็นคนใจเย็นสุขุมรอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่ เข้าจับกุมคนร้ายคดีอุฉกรรจ์สำคัญมาหลายคดี และเป็นที่รักใคร่ของรุ่นน้องทุกคน ตำแหน่งก่อนจะเกษียณอายุราชการ รอง สวป.สภ.ย่อยโนนสูง อ.เมืองอุดรธานี

