ตะลึง!! ครูฝึกสอน ร.ร.ดัง ล่อลวงย่ำยีเด็ก ถ่ายคลิปปล่อยว่อน สาว 16 เครียดจัดเกือบคิดสั้น พบเหยื่ออีกอื้อ
เด็กสาว ม.ปลาย วัย 16 ปีก้มกราบเท้าผู้เป็นแม่เพื่อขอ “ลาไม่อยากมีชีวิตต่อ” หลังเธอถูก “ครูเปรม” ครูฝึกสอน ภาษาเยอรมันในโรงเรียนย่านภาษีเจริญ ล่อลวงก่อนถ่ายคลิปลับไว้ ต่อมาคนร้ายพยายามให้ผู้เสียหายกลับมามีสัมพันธ์ด้วยแต่เด็กสาวไม่ยินยอม จึงได้ทำการปล่อยคลิปลับถึง 3 ครั้ง โดยเหตุการณ์ช่วงนั้นเรียกได้ว่าสั่นสะท้านจิตใจเกินจะบรรยาย ล่าสุดแม่เด็กสาวหอบหลักฐานพึ่ง “สืบนครบาล” ผู้การจ๋อ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ฟังเสร็จรายงาน น.1 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งบุกจับทันที ผู้การจ๋อคัดทีมสืบสวนคู่ใจล่องใต้ไปจับตัวได้ที่ จ.สงขลา ขณะสอนหนังสือในโรงเรียนแห่งใหม่ ขยายผลพบคลิปลับกว่า 10 คลิป เหยื่อเป็นนักเรียนสาวรายอื่นอีก เนื่องจากผู้ต้องหาทำตัวเป็นครูไอดอลออกรายการทางโทรทัศน์ เจ้าตัวเผยรสนิยมกับชุดสืบสวน “ชอบมัดมือ มัดเท้า ในลักษณะ “ขึงพืด” เอาผ้าปิดตา และต้องสวมชุดนักเรียน

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.1 บกสส.บช.น. พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.วศิน อินทร์แก้ว สว.ฝอ.บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น รอง สว. กก.4 บก.สส.บช.น., ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพร รอง สว.ฯ, ร.ต.อ.พลวัต นาคถมยา รอง สว. กก.1 บก.สส.บช.น., ร.ต.อ.หญิง ณิชญากาญจน์ เปสลาพันธ์ รอง สว. ฝอ. บก.สส.บช.น., ร.ต.ท.เลิศวริศ เลิศวรปรีชา รอง สว.ฯ, ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ อันชูฤทธิ์ รอง สว.ฯ, ร.ต.ท.อนันตชัย สัจจพงษ์ รอง สว.ฯ

ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม นายวัชรวิทย์ สูงนารถ หรือเปรม อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ม.9 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ข้อหา “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควรเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ มีลักษณะอันลามก” จับกุมตัวได้ที่ ห้องพักครู โรงเรียนแห่งหนึ่ง ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า สืบเนื่องจากเด็กสาว ม.ปลาย อายุ 16 ปี ได้บอกกับผู้ปกครองว่าจะฆ่าตัวตาย เมื่อตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากครูฝึกสอนเมื่อครั้งเรียนอยู่ชั้น ม.4 โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2565 หญิงสาววัย 16 เรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนหญิงล้วน ย่านภาษีเจริญ และพบกับนายวัชรวิทย์ หรือครูเปรม ซึ่งเป็นครูฝึกสอน จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านปทุมวัน

ครูเปรมเข้ามาตีสนิท และด้วยความที่รูปร่างหน้าตาดี จึงสามารถล่อลวงหญิงสาวดังกล่าวจนตกลงเป็นแฟนกัน และถ่ายคลิปลับความสัมพันธ์เอาไว้ ต่อมาครูเปรมหนีเกณฑ์ทหารไปอยู่เยอรมัน นาน 9 เดือน ทำให้ความสัมพันธ์ห่างหายไป จนเลิกคบหา
จนกระทั่งปลายปี 2566 หญิงสาวคนดังกล่าวเรียนชั้นอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยปี 1 สถาบันแห่งหนึ่ง และได้คบเพื่อนชายคนใหม่ ซึ่งก็มีการโพสต์ภาพคู่รักในอินสตาแกรมส่วนตัว ต่อมามีเรื่องผิดสังเกต เมื่อมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล
เมื่อตรวจสอบพบว่ามีคนโพสต์คลิปลับดังกล่าวและแท็กชื่ออินสตาแกรมหญิงสาวเอาไว้ ทำให้เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยแชตหา ทำให้หญิงสาวเกิดอาการซึมเศร้า แม่สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเข้าแจ้งความกับ บก.สส.บช.น.ให้ติดตาม
ทั้งนี้ สอบสวนพบพฤติกรรมของครูเปรม พยายามที่จะติดต่อโน้มน้าวขอคืนดี สอดส่องในอินสตาแกรม จนกระทั่งพบภาพหญิงสาวถ่ายกับเพื่อนชายคนใหม่จึงทนไม่ได้ และปล่อยคลิปลับดังกล่าว และไม่จบเท่านั้น ยังกระทำผิดครั้งที่ 2 ด้วยการโพสต์คลิปในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ที่มีผู้ชมจำนวนมาก ซึ่งแม่ของหญิงสาวแจ้งความที่ สน.แสมดำ
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ครั้งที่ 3 คลิปลับถูกปล่อยไปในโลกโซเชียลของสถานศึกษาของหญิงสาว ทำให้หญิงสาวทนไม่ไหว เข้ามาลาตายกับแม่ จนต้องร้องขอความช่วยเหลือจากชุดสืบนครบาลอีกครั้ง
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า ครูคนดังกล่าว เคยมีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้ง จนถูกไล่ออกจากการเป็นครูฝึกสอนที่โรงเรียนย่านพญาไท ล่าสุดพบว่ากำลังคบหาเด็กสาวอยู่อีกคน และกำลังเข้าบรรจุเป็นครูอัตราจ้าง ที่โรงเรียนชื่อดังย่านหาดสมิหลา จ.สงขลา จึงนำกำลังบุกจับได้ในที่ห้องพักครูภายในโรงเรียน เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์พบคลิปการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กนักเรียนไม่ต่ำกว่า 15 คลิป และมีภาพวาบหวิวที่นักเรียนส่งมาให้อีกไม่ต่ำกว่า 10 ราย และพบแชตสนทนาคุยสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเหยื่อเด็กนักเรียนอีกหลายราย จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางโดยระหว่างนี้อยู่ระหว่างขยายผลที่ บก.สส.บช.น.
ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า ชั้นจับกุม นายวัชรวิทย์ให้การภาคเสธ ยอมรับว่าทำการพรากเด็กไปย่ำยีและถ่ายคลิปไว้จริง แต่ไม่ยอมรับว่าเป็นผู้ปล่อยคลิปดังกล่าว โดยให้การว่าจบปริญญาตรีคณะครุศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านปทุมวัน
มีรสนิยมหรือสเปก ชอบหญิงสาวผมยาว สวมใส่แว่นตา โดยเฉพาะเด็กสาวที่สวมเครื่องแบบนักเรียนมัธยม หรือชุดนักศึกษา และสวมใส่แว่นตา และในส่วนรสนิยมการย่ำยีผู้เสียหาย มีรสนิยมทางเพศที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจงคือ ชอบให้ตนผูกมัดมือ มัดเท้า ในลักษณะ “ขึงพืด” และเอาผ้าปิดตา สวมใส่เครื่องแบบนักเรียน
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ครูเปรมให้การอีกว่า มักจะชอบนำโทรศัพท์มาบันทึกคลิปวิดีโอลับ เป็นคลิปสั้นๆ จำนวนหลายคลิป เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกและเป็นความชอบส่วนตัว ส่วนเรื่องคลิปหลุดรับว่าถ่ายคลิปไว้จริง โดยบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือเครื่องส่วนตัวและเก็บไว้ดูเอง และบันทึกลงในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนตัวเท่านั้น มิได้บันทึกลงในฐานข้อมูลออนไลน์แต่อย่างใด น่าจะเป็นตอนที่นำโทรศัพท์ไปซ่อมตอนอยู่ประเทศเยอรมัน ส่วนที่มีการแปะอินสตาแกรมผู้เสียหายนั้น ตนขอไม่ตอบ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.แสมดำ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า “จากการสืบสวน คนร้ายนี้ถือว่าเป็นภัยต่อสังคมอย่างยิ่ง ซึ่งสภาพภายนอกดูดี มีโปรไฟล์จบการศึกษาในมหาวิทยาลัยระดับสูง แต่โดยลึกในจิตใจมีลักษณะใคร่เด็ก หรือ pedophilia ที่เด่นชัดในคดีนี้คือพยายามที่จะกระทำกับเด็กซ้ำๆ
และการสืบสวนพบพยานหลักฐานบรรดาเหล่านักเรียนที่เคยเป็นลูกศิษย์ของคนร้ายหลายราย เข้าข่ายถูกกระทำในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน โดยคนร้ายเคยผ่านการสอนในโรงเรียนมัธยมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 โรงเรียน เชื่อได้ว่ายังมีผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่ออีกหลายราย สืบนครบาลขอเป็นกำลังใจให้กับน้องผู้เสียหายทุกคน และหากคนร้ายในคราบครูคนนี้ก่อเหตุอื่นอีก ขอให้แจ้งผู้ปกครองหรือบุคคลที่ไว้ใจติดต่อ พวกพี่ที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” พี่ๆ พร้อมจะคืนความเป็นธรรมให้กับน้องๆ ทุกคน ขอให้เข้มแข็ง โดยมีความกล้านำตัวคนร้ายลงโทษให้ถึงที่สุด พวกพี่ สืบนครบาล จะทำลายคลิปลับทั้งหมดให้สิ้น สุดท้ายพวกพี่ขอเป็นกำลังใจให้ น้องๆ ทุกคน

