เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมพล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. ร่วมกันแถลงจับขบวนการค้ายาเสพติด 2 คดี มูลค่ารวมกว่า 406,530,120 บาท คดีที่ 1 ตรวจยึด 1.ไอซ์ 87 กิโลกรัม 2. กัญชาแห้งอัดแท่ง 24.10 กรัม 3. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน PEM 1957 จำนวน 1 คัน สามารถตรวจยึดที่บ้านเลขที่ 793/9 หมู่บ้านชยนันท์ เฟส 2 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาต่อเนื่องบริเวณหน้าบริษัทออร์เนท กรุ๊ป ถนนเพชรเกษม ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ผู้ต้องหาสามารถหลบหนีไปได้ ทราบชื่อ นายโต๊ะ บี ซิง ชาวมาเลเซีย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”และ “มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”
สืบเนื่องจากวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา เวลา 10.00 น. ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านเลขที่ 793/9 หมู่บ้านชยนันท์เฟส 2 ม.1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลามี นายโต๊ะ บี ซิง ชาวมาเลเซีย เช่าพักอาศัยโดยไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และลักลอบลำเลียงไอซ์ส่งออกจำหน่ายประเทศเพื่อนบ้าน โดย นายโต๊ะ บี ซิง จะใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียนมาเลเซีย PEM 1957 เป็นยานพาหนะ และมักจะขนยาไอซ์มาเก็บซุกซ่อนไว้ที่บ้านเลขที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบรถยนต์ทะเบียนมาเลเซีย PEM 1957 ตรงตามที่สายลับแจ้ง จอดอยู่ที่หน้าบ้าน ต่อมาช่วงค่ำพบ นายโต๊ะ บี ซิง เดินออกมาจากบ้าน แล้วเปิดประตูรถพร้อมกับสตาร์ทเครื่องยนต์ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อตรวจค้น แต่ นายโต๊ะ บี ซิง ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวออกทางปากซอยอย่างรวดเร็ว ตำรวจจึงได้ติดตาม แต่นายโต๊ะ บี ซิง ขับรถย้อนศร มุ่งหน้าไป อ.หาดใหญ่ ใช้เส้นทางสายลพบุรีราเมศร์-สนามบิน อย่างรวดเร็วไม่สามารถติดตามได้ทัน ตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวพบของกลางไอซ์ 38 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในโซฟานั่งตัวที่ 1 และพบไอซ์ จำนวน 49 ถุง น้ำหนักประมาณ 49 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในโซฟานั่งตัวที่ 2 และกัญชา น้ำหนักประมาณ 24.10 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องนอน ชั้น 2 ของบ้านที่เกิดเหตุ จึงตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 เพื่อสืบสวนสอบสวนขยายผลและติดตามตัว นายโต๊ะ บี ซิง มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 2 ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (บก.สกส.บช.ปส.) ร่วมกับ บก.ปส.2 และบก.สส.ภ.1 ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายม่าง ย่างคีรี อายุ 38 ปี ชาวจ.ตาก นางกนกวิภา ย่างคีรี อายุ 38 ปี ชาวจ.ตาก และนายไพเสริฐ แซ่ย่าง อายุ 40 ปี ชาวจ.ตาก พร้อมยาบ้า 720,000 เม็ด รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีน้ำตาล ทะเบียน ชณ 9910 กรุงเทพมหานคร รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีดำ ทะเบียน 1ฒบ 5456 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ 3เครื่อง โดยจับกุมนายม่าง และนางกนกวิภา ได้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาหนองขอนกว้าง ถนนมิตรภาพ ต.หนองขอนกว้าง อ.เมืองอุดรธานีและจับกุมนายไพเสริฐ ได้ที่บริเวณสามแยกไฟแดงกุมภวาปี ถนนมิตรภาพ ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” เมื่อเวลา 06.30 น.ของวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา
https://www.youtube.com/watch?v=qHN9WyaXAI0&feature=youtu.be
พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า จากการตรวจสอบในคดีที่หนึ่งสามารถจับได้ที่บริเวณหน้าด่านก่อนเข้าประเทศมาเลเชีย โดยพฤติการณ์จะขนย้ายยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือมายังภาคใต้ ก่อนที่จะส่งไปประเทศมาเลเชีย คดีที่สองเป็นชนเผ่าม้งเครือข่ายของนายไซซะนะโดยจะใช้เส้นทางจ.นครพนม มีการนัดรับยาที่ริมแม่น้ำโขง โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้จะพักห่างจากจุดพักยา50 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการจับกุมรสอบปากคำผู้ต้องหาให้การชัดทอดว่ามีบุคคลในวงการบันเทิง กลุ่มบุคคลไฮโซที่มีชื่อเสียง และวงการรถหรูมีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลทรัพย์สินของเครือข่ายนายไซซะนะ ทั้งนี้จากการขยายผลทราบว่าทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยนายไซซะนะจะเช่าบ้านที่อยู่ในสวนห่างไกลผู้คนเป็นที่พักทรัพย์สิน สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างตัวนายไซซะนะกับกลุ่มบุคคลไฮโซทั้งหลาย ทราบว่า นายไซซะนะจะแสดงตนเป็นเศรษฐีจากฝั่งลาวเข้ามาในประเทศไทย จากนั้นก็จะจัดปาร์ตี้เชิญเหล่าดาราบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายวงการเข้ามาร่วมงาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการรู้จัก จากนั้นก็จะใช้การแปลงทรัพย์สินต่างๆในลักษณะฟอกเงิน อย่างไรก็ตาม สำหรับเครือข่ายของนายไซซะนะ จากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศประมาณกว่า 100 เครือข่าย โดยบางกลุ่มหันมาผลิตยาเองแต่ยังไม่มีศักยภาพพอที่จะส่งออกนอกประเทศเทียบเท่านายไซซะนะ ทั้งนี้ สถิติผลการจับกุมคดียาเสพติดประจำปีงบประมาณ 2560 ช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2559 – 31 มกราคม 2560 สามารถจับกุมได้ 143 คดี ยึดของกลางยาบ้า 14 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 871 กิโลกรัม เฮโรอีน 69 กิโลกรัม โคเคน 16 กิโลกรัม กัญชาแห้ง 369 กิโลกรัม และยึดทรัพย์สินกว่า 84 ล้านบาท
https://www.youtube.com/watch?v=ffzqqvU5JLI&feature=youtu.be

