หวานเจี๊ยบ! Set Zero ’บิ๊กต่อ – บิ๊กโจ๊ก’ อย่าศึกสมานแผล ตร. คดีเว็บพนันส่ง ป.ป.ช.ดำเนินการ
ภายหลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เรียก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล
เมื่อเวลา11.44 น. วันที่ 20 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและยุติความขัดแย้ง ภายในองค์กรตำรวจภายหลังจากมีรายงานว่าทั้งคู่ได้เข้าพบนายเศรษฐาทวีสินนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อช่วงเช้าวันนี้
โดยพล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวว่า การแถลงข่าววันนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันและไม่ให้เกิดความสับสน โดยเฉพาะภาพลักษณ์ขององค์กรที่เผยแพร่ในสายตาประชาชนในขณะนี้ ยืนยันว่าหลังจากนี้ คดีที่เกี่ยวเนื่องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์เครือข่ายมินนี่ ทั้งคดี BNK Master ในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลเตาปูนนั้น หลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโดยส่งให้ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางรับดำเนินการทั้งหมดเพื่อให้เกิดความยุติธรรม ส่วนกรณีหมายเรียกของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ จากสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน จะถือว่าเป็นโมฆะหรือไม่นั้นจะต้องให้พนักงานสอบสวนหารือด้วยกันอีกครั้ง
พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าอีกว่า เรื่องนี้ตนได้นำเรียนนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดภาพของความขัดแย้ง ซึ่งตนเองเป็นผู้ตัดสินใจในฐานะผู้บังคับบัญชาว่าจะขอเข้าคุยกับนายกรัฐมนตรีเอง และแจ้งพล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ว่าจะเข้าไปคุยกับนายกฯร่วมกัน และไม่ใช่เกิดจากถูกเรียกไปคุย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยหารือกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์มาโดยตลอด ย้ำว่าไม่ได้มีความขัดแย้งระหว่างกัน ตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยขัดแย้งกับใคร ทุกอย่างเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาและคิดไปเอง เหตุใดตนเองจะต้องไปสกัดขาพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ตามที่เป็นกระแสข่าวด้วย ที่ผ่านมาก็แต่งตั้งตำแหน่งอย่างเป็นธรรมและเปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนได้แสดงความคิดเห็นและความสามารถ ความขัดแย้งต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นล้วนเกิดจากโซเชียลมีเดียและขบวนการต่าง ๆ และหลังจากนี้ก็ขอให้ ความขัดแย้งระหว่างผู้ใต้บังคับบัญชาที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายยุติลงด้วย
“ยอมรับว่าที่ผ่านมารู้สึกเครียดและพยายามประนีประนอมไม่ให้เกิดภาพความขัดแย้งระหว่างผู้บังคับบัญชา เพราะต้องการให้ผู้บังคับบัญชามีความสุขและมีขวัญกำลังใจ ขณะที่นายกฯเองก็ขยันทำงานมาโดยตลอด จึงไม่อยากนำเรื่องนี้ไปรบกวนนายกฯ ตนเองเหลือเวลาอีก 100 วัน ก่อนเกษียณจึงอยากทำทุกวันให้ดี แม้ตนเองจะไม่ได้จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจแต่ก็เป็นอาจารย์ มากกว่า 20 ปี อยากให้ทุกคนอยู่กันอย่างพี่น้องทำไมเราจะรักกันไม่ได้ หากตำรวจรักกันไม่ได้ประชาชนจะทำอย่างไร” พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่วานนี้ พล.ต.ต นำเกียรติ ธีระโรจนพงศ์ ได้ออกมาเปิดเผยชื่อย่อของนายตำรวจระดับสูงและครอบครัว ที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับเว็บไซต์พนันออนไลน์เครือข่าย bnk master นั้น ได้สั่งให้ตรวจสอบในทางลับไปแล้ว และกรณีดังกล่าวยังไม่เกิดเป็นคดี ขออย่าถามคำถามที่ทำให้เกิดความขัดแย้งหรือด้อยค่าองค์กรอีก
ส่วนจะมีความกังวลว่าหลังจากนี้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะเอาคืนพนักงานสอบสวนหรือไม่นั้น พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าผู้ที่เติบโตมาได้ถึงระดับผู้บังคับบัญชานั้นจะต้องมีคุณธรรมเป็นตัวนำอยู่แล้ว ส่วนการทำงานของตนเองนั้นก็ไม่สามารถประเมินคะแนนได้ทุกอย่างอยู่ที่มุมมองของประชาชน แต่ในฐานะที่เคยทำงานภาคเอกชนมาก่อนก็พร้อมจะพิจารณาพิจารณาตัวเองหากทำงานไม่ดีไม่ต้องให้ใครมาไล่ และตนเองไม่เคยหวงตำแหน่ง การแต่งตั้งต่างๆ ที่ผ่านมาก็ เปิดโอกาสให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกคนได้แสดงความคิดเห็นและความสามารถ และที่ที่ผ่านมาตนเองได้พยายามแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังและงบประมาณให้ตำรวจมาตลอด ทุกอย่างล้วนเป็นผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสิ้น
ด้านพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีแนวคิดในการยุติความขัดแย้งทั้งหมดในองค์กรตำรวจ จึงได้พาตนเองไปพบนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้นำเรียนนายกรัฐมนตรีด้วยตนเองว่าจะส่งสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้กับ ป.ป.ช. ย้ำว่าหลังจากนี้ตำรวจทุกคนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีพล.ต.อ. ต่อศักดิ์ เป็นผู้บังคับบัญชาเท่านั้น และพล.ต.อ. ต่อศักดิ์ จะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน หลังจากนี้จะไม่พูดถึงเรื่องเดิมหรือเรื่องเก่าอีกต่อไป ส่วนที่เป็นคดีก็ให้ดำเนินการไปตามกระบวนการ ก็ต้องให้ไปชี้แจง แล้วเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายโดยยืนยันว่าจะไม่มีการช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้น เช่นเดียวกับพล.ต.ต. นำเกียรติ ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เดินทางไปงานแถลงข่าววานนี้(19 มี.ค.) ก็ยังต้องปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามคำสั่งก่อนหน้านี้ และหากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดวินัยก็จะต้องถูกดำเนินการ
ส่วนกรณีหมายเรียกจากสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน ที่ตัวเองไปรับทราบข้อกล่าวหาที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ในวันพรุ่งนี้นั้น เนื่องจากตนเอง อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่และไม่มีญาติพี่น้องรับหมายเรียกตามกฎหมาย จึงถือว่ายังไม่ได้รับหมายเรียก ส่วนขั้นตอนหลังจากส่งสำนวนไปที่ ป.ป.ช.แล้วนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กล่าวได้ว่าความผิดที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐจะส่งไปที่ ป.ป.ช.เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ก็ถือว่าอำนาจของพนักงานสอบสวนต้องสิ้นสุดเท่านี้ และหลังจากนี้จะดำเนินการถอนฟ้อง คณะพนักงานสอบสวนในคดีพนันออนไลน์มินนี่ทั้งหมด
และยืนยันจะไม่มีการเอาคืนกับพนักงานสอบสวนอย่างแน่นอน หากทำเช่นนั้นแล้วนายกรัฐมนตรีจะต้องตำหนิตนเองอย่างแน่นอน
“ตนเองอีก 7 ปีก็จะเกษียณ และไม่มีใครขัดแย้งจนกว่าจะเกษียณ ลูกผู้ชายคุยกันก็จบ การเป็นผู้บังคับบัญชาต้องเสียสละและให้อภัย ทุกอย่างจะจบลงได้ด้วยดี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ยืนยันแล้วว่าจะให้ความเป็นธรรม ยืนยัน ไม่ใช่ สตช.การละคร เราต้องจริงใจ ไม่ใช่อีเวนต์“ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่ทีมทนายความของตนเองได้ เปิดเผยข้อมูลเส้นทางการเงินจากเว็บไซต์พนันออนไลน์จำนวน 34 เส้นเงินที่เชื่อมโยงไปถึงในตำรวจระดับสูง และพล.ต.ต. นำเกียรติซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทได้ออกมาเปิดเผยตัวย่อของผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น ไม่ได้เอ่ยชื่อใครและไม่ได้มีตัวตน
วันนี้ set zero ต้องเสียสละเรื่องราวในอดีตไป ใครมีคดีอะไรก็ไปดำเนินการ ลูกน้องของตนเองมีคดีก็ต้องไปแก้ไข ทุกหน้างานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้รับมอบหมายจะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ภายใต้ความไม่ขัดแย้ง การแถลงข่าววันนี้เป็นการส่งสัญญาณให้ความเชื่อมั่นกับประชาชน ทุกคนเป็นลูกน้องของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต่อศักดิ์อยู่คนเดียวต้องไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์เปิดเผยว่า การแถลงข่าวในวันนี้ เพื่อให้การนำเสนอข่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจากนี้คดีที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมดจะส่งให้ ป.ป.ช.ทำคดีให้เกิดความยุติธรรมและได้มาตรฐานที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดภาพความขัดแย้ง และพูดกันคนละที เพราะส่วนตัวได้คุยกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มาโดยตลอด ซึ่งได้นำเรียนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแล้ว คดีที่เกี่ยวเนื่องกันทั้งหมด สำนวนทั้งหมดให้ ป.ป.ช.ทำคดี จริงๆ เราไม่ได้มีความขัดแย้ง แต่เป็นการฟังจากโซเชียล
ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ผบ.ตร.พาไปพบนายกรัฐมนตรี และมีแนวคิดยุติความขัดแย้งในองค์กร ดังนั้นตั้งแต่รอง ผบ.ตร.หมายเลข 1 ลงไปมีผู้บังคับบัญชาคนเดียวคือ ผบ.ตร. และแนวคิดเดียวคือทำงานเพื่อประชาชน และเมื่อเช้า ผบ.ตร.นำเรียนกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่าจะส่งสำนวนให้กับทาง ป.ป.ช.ทั้งหมด และหมายจับหมายเรียกทั้งหมด เป็นเรื่องของ ป.ป.ช.เป็นกระบวนการของกฎหมาย

เรื่องเดิม เรื่องเก่าไม่คุยต้องเดินหน้าทำงานให้ประชาชน และต้องทำงานช่วย ผบ.ตร.ขับเคลื่อนอย่างเดียว ที่นัดแถลงเพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า จากวันนี้จะไม่มีความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้นและเดินหน้าเรื่องความสามัคคี
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนหมายเรียกที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าออกมาแล้ว แต่เนื่องจากไปปฏิบัติหน้าที่ จ.เชียงใหม่ ตัวเองยังไม่ได้รับหมาย ดังนั้นเท่ากับว่าตัวเองยังไม่ได้รับหมายกระบวนการจึงยังไม่เริ่ม และตอนนี้ ผบ.ตร.พูดชัดสำนวนทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐให้ส่งไปที่ ป.ป.ช.ทำให้สังคมเชื่อมั่นว่าไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการแถลงข่าวครั้งนี้ ‘บิ๊กโจ๊ก’ มีสีหน้าเคร่งเครียดและส่วนใหญ่จะให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เป็นผู้ตอบคำถามสื่อมวลชน


