“แทนทอง”ชนะยกแรก ศาลแพ่งสั่ง “นฤมล”อา-กรรมการ 6 บ.สุวพีร์-ยิ่งเจริญ เพิกถอนมติผู้ถือหุ้นสั่งปลด

2.02.17 | 16:34 น.

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาคดีที่ นายแทนทอง ธรรมวัฒนะ บุตรชายของนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีต ส.ส. กทม.พรรคประชากรไทย เป็นโจทก์ฟ้องบริษัทสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด, บริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ (1990) จำกัด, บริษัทสุวพีร์ โฮลดิ้ง จำกัด, บริษัท สุวพีร์ โฮลดิ้ง 2 จำกัด, บริษัทยิ่งเจริญน้ำใส จำกัด, บริษัทการเรือนยิ่งเจริญ จำกัด ซึ่งกลุ่มบริษัทที่บริหารตลาดยิ่งเจริญ ย่านสะพานใหม่ และ น.ส.นฤมล ธรรมวัฒนะ อาของนายแทนทอง รวม 6 สำนวน เป็นจำเลยที่ 1-7

โดย คดีนี้นายแทนทอง เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง7 บรรยายฟ้องระบุว่า น.ส.นฤมล จำเลยที่ 7 แจ้งที่ประชุมว่า นายแทนทองได้ยื่นฟ้อง น.ส.นฤมลต่อศาลแพ่งในคดีหมายเลขดำ พ.1267/2559 ถือเป็นปฏิปักษ์กับจำเลยที่ 7 ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริษัท จำเลยจึงขอให้ที่ประชุมลงมติถอดถอนโจทก์ออกจากการเป็นกรรมการบริษัททั้งหมด โดยจำเลยที่ 7 เป็นคนแรกที่ลงคะแนนถอดถอนโจทก์จากการเป็นกรรมการ น.ส.คนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ ได้โต้แย้งคัดค้านและลงมติไม่ถอดถอนโจทก์ ส่วนกรรมการคนอื่นงดออกเสียง จำเลยที่ 7 ในฐานะประธานในที่ประชุมลงคะแนนถอดถอนโจทก์จากการเป็นกรรมการ ต่อมาวันที่ 28 เมษายน 2559 จำเลยที่ 1-6 ได้นำมติที่เพิกถอนโจทก์จากการเป็นกรรมการของบริษัทไปจดทะเบียนกับนายทะเบียน เพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการบริษัท โดยจำเลยทั้ง7จัดการประชุมขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยที่ 7 กระทำการกลั่นแกล้งโจทก์ จึงขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นของบริษัททั้งหกแห่ง ประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2559 ที่ได้ถอดถอนนายแทนทอง โจทก์ ออกจากการเป็นกรรมการบริษัททั้งหก

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยทั้ง7แล้วเห็นว่า การเรียกประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ต้องเป็นการเรียกประชุมโดยคณะกรรมการของบริษัทฯ มีมติร่วมกันให้มีการจัดประชุม แต่ปรากฏว่าก่อนจะมีหนังสือเรียกประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นนั้น ในวันที่ 6 เมษายน 2559 จำเลยทั้ง7ได้มีการจัดประชุมขึ้น โดยในที่ประชุม จำเลยที่ 7 แจ้งในที่ประชุมว่าจะมีการจัดประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 เมษายน 2559 เท่านั้น โดยไม่มีการจัดให้กรรมการที่เข้าประชุมลงคะแนนหรือมีมติว่าจะจัดประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นในวันดังกล่าวหรือไม่ เมื่อไม่มีการลงมติจากคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 อันเป็นการไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยการเรียกประชุม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1172 ดังนั้นการจัดประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ของจำเลยที่ 1-6 และการลงมติประชุมดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย มติที่ประชุมที่ให้ถอดถอนโจทก์จากการเป็นกรรมการบริษัท จึงไม่มีผลตามกฎหมาย ถือเป็นมติที่ประชุมอันผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195

จึงพิพากษาให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2559 และให้จำเลยทั้ง7ดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจกรรมการที่ได้ยื่นต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ของวันที่ 28 เมษายน 2559 หากจำเลยทั้งเจ็ดเพิกเฉย ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ยังไม่ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด คู่ความยังสามารถยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแพ่งได้ภายใน 1 เดือน

Advertisement