สืบนครบาลซ้อนแผนปล้น ทลายซุ้มโจรเบอร์ 1 แห่งหนองจอก รวบ 3 เสือแก๊ง “ทางเดินเสือ”

8.04.24 | 12:53 น.

สืบนครบาลซ้อนแผนปล้น 36 ชั่วโมง ทลายซุ้มโจรเบอร์ 1 แห่งหนองจอก รวบ 3 เสือแก๊ง “ทางเดินเสือ” พร้อมสมุนร่วมกัน ปล้น-ฆ่า-ค้ายา-ค้าอาวุธ นับไม่ถ้วน ยึดปืน 9 กระบอก


เมื่อวันที่ 8 เมษายน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดสร้างความเดือดร้อนในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อป้องกันและปราบปรามไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง มีประชาชนร้องขอให้สืบนครบาลช่วยปราบแก๊งทางเดินเสือ ซุ้มโจรชั่วแห่งหนองจอก เป็นที่หวาดผวาและสุดจะเอือมระอาของประชาชนในพื้นที่ละแวกชานเมือง ตระเวนก่อเหตุปล้น-ฆ่า-ค้ายา-ค้าอาวุธ จนเป็นที่หมายหัวของตำรวจในพื้นที่ แต่เจ้าตัวสามารถหลบหนีการจับกุมแล้วยังมีการฝากจดหมายน้อยมาเยาะเย้ยตำรวจว่า “จับผมไม่ได้หรอก” พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ผู้การจ๋อ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ปราบแก๊งนี้ให้สิ้นชื่อในทันที แต่งานนี้ไม่ง่ายเพราะมีเพียงเบาะแสเบาบางว่าแก๊งนี้กบดานอยู่ในละแวกหนองจอกเท่านั้น

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ได้สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.ฯ, พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.1 บก.สส.บช.น.

พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.วศิน อินทร์แก้ว สว.ฝอ.บก.สส.บช.น., ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น รอง สว.กก.4 บก .สส.บช.น., ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพร รอง สว.ฯ, ร.ต.อ.พลวัต นาคถมยา รอง สว.กก.1 บก.สส.บช.น., ร.ต.อ.หญิง ณิชญากาญจน์ เปสลาพันธ์ รอง สว.ฝอ.บก.สส.บช.น., ร.ต.ท.เลิศวริศ เลิศวรปรีชา รอง สว.ฯ, ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ อันชูฤทธิ์ รอง สว.ฯ, ร.ต.ท.อนันตชัย สัจจพงษ์ รอง สว.ฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบนครบาล ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัวแก๊ง “ทางเสือเดิน” จำนวน 6 ราย ดังนี้

Advertisement

1.นายณัฐวุฒิ ไตรกิ่ง หรือไอ้เสือ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1352/2566 ลงวันที่ 20 ธ.ค.66 ข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันลักทรัพย์” ประวัติการก่อคดีมาอย่างโชกโชน พ.ศ.2563 ก่อเหตุ “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ”, พ.ศ.2564 ก่อเหตุ “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ”, พ.ศ.2564 ก่อเหตุ “ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พ.ศ.2566 ก่อเหตุ “ร่วมกันพยายามฆ่า, ร่วมกันลักทรัพย์” (ตามหมายจับ) หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

2.นายนว พลมีเดช หรือเสือเก๋า อายุ 19 ปี  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.341/2567 ลงวันที่ 4 มี.ค.67 ข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปฯ” พบเบาะแสว่าเคยร่วมกับนายอารักษ์ (กี้) ก่อคดีปล้น-ฆ่า-ฉ้อโกง-อาวุธปืนมาหลายคดี และหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

3.นายอารักษ์ ปานโดะ หรือเสือกี้ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.341/2567 ลงวันที่ 4 มี.ค.67 ข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปฯ” พบเบาะแสว่าเคยร่วมกับนายนว (เก๋า) ก่อคดีปล้น-ฆ่า-ฉ้อโกง-อาวุธปืนมาหลายคดี และหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

4.นายบูรพา รักษาชล หรือภู อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ซอยคุ้มเกล้า 31 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 5.น.ส.ปริษา เสาวรส หรือสา อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/3 หมู่ 4 แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กรุงเทพฯ 6.น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/131 หมู่ 7 แขวงหนองจอก เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

โดยทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตรวจยึดของกลางปืนเถื่อน จำนวน 9 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน โดยจับกุมและตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 5/871 ซอยเลียบวารี 11 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

พฤติการณ์กล่าวคือ “ทางเดินเสือ” ซุ้มโจรชั่วอันดับ 1 แห่งหนองจอก เป็นที่หวาดผวาและสุดจะเอือมระอาของประชาชนในพื้นที่ละแวกชานเมือง บก.น.3 โดยวีรกรรมของโจรชั่วซุ้มนี้เรียกว่านรกส่งมาเกิดโดยแท้จริง ตระเวนก่อเหตุปล้น-ฆ่า-ค้ายา-ค้าอาวุธจนเป็นที่หมายหัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ แต่เจ้าตัวสามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แล้วยังมีการฝากจดหมายน้อยมาเยาะเย้ยตำรวจว่า “จับผมไม่ได้หรอก” เรื่องนี้ถึงหูของ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ผู้การจ๋อ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ปราบแก๊งนี้ให้สิ้นชื่อในทันที

แต่งานนี้ไม่ง่ายเพราะมีเพียงเบาะแสเบาบางว่าแก๊งนี้กบดานอยู่ในละแวกหนองจอกเท่านั้น พล.ต.ต.ธีรเดชถอดบทเรียนถึงรูปแบบการหลบหนีของแก๊งนี้ที่แคล้วคลาดได้ทุกคราจนตกผลึกเป็นแผน “ดักหน้า…ไม่วิ่งตาม” ซึ่งจากวงรอบการก่อเหตุ ภูมิศาสตร์ และเบาะแสจากสายข่าวล่าสุดว่าเห็นพลพรรคซุ้มโจรนี้ซุ่มอยู่ละแวกร้าน 7-11 ย่านถนนเลียบวารี ทำให้เกิดวิเคราะห์ว่า “ต้องมีการปล้นเกิดขึ้นแน่”

ส่งชุดสืบสวนพิเศษลงพื้นที่เฝ้าละแวกที่น่าจะมีการปล้นเกิดขึ้นกว่า 36 ชั่วโมงที่ชุดสืบสวนกินนอนและเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บนรถ จนกระทั่งวันที่ 8 เม.ย.67 เวลาประมาณ 03.30 น. ชุดสืบสวนเห็นรถต้องสงสัยมาจอดซุ่มและมีการปล่อยคนลงไปดูลาดเลาในร้าน 7-11 สัญชาตญาณหมาล่าเนื้อ “มั่นใจ” มันคือคนร้าย สารวัตรแจ๊ะนำกำลังเข้ารวบตัว 2 เสือ ลูกสมุนของหัวหน้าแก๊งไว้ได้ ก่อนจะนำตัวบุกไปเข้าค้นเซฟเฮาส์ลับที่ “ไอ้เสือ” หัวหน้าแก๊งกบดานอยู่

โดยเมื่อชุดสืบสวนไปถึง ไอ้เสือไหวตัวทัน กระโดดปีนกำแพงหลังบ้านหนีชุดสืบสวนเข้าไปในป่ากบ แต่เจ้าหน้าที่ไหวตัวทันไล่ล่าไปอย่างกระชั้นชิด สุดท้ายไอ้เสือหนีไม่รอดเพราะได้รับบาดเจ็บจากการกระโดดปีนกำแพงทำให้แขนหัก (เดิมหักอยู่แล้วกำลังรักษา) ถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด และจากการตรวจค้นในเซฟเฮาส์พบปืนเถื่อน 9 กระบอก โดยชุดสืบสวนสามารถจับกุมตัวคนร้ายในเซฟเฮาส์ได้ทั้งสิ้น 6 ราย

หลังการจับกุม พล.ต.ต.ธีรเดชสั่งการขยายผลถึงที่สุดจนชุดสืบสวนพบข้อมูลว่าแก๊งนี้เรียกได้ว่าเป็นพ่อค้าอาวุธปืนรายใหญ่ในย่านหนองจอก พบประวัติการขายอาวุธปืนเถื่อนแล้วกว่า 2,000 กระบอก ด้วยวิธีการ “ตบ” หรือ “ยึดปืน” เอามาจากเด็กวัยรุ่นในย่านดังกล่าว เอามาสะสมรวมกันในคลังแสง ก่อนจะประกาศขายทางช่องทางออนไลน์

โดยจะขายในราคากระบอกละตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท ซ้ำแล้วความชั่วยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อได้หลงเข้ามาสั่งซื้อปืนจากแก๊งนี้ ซึ่งได้วางกลอุบายไว้เป็นแบบแผน โดยจะนัดลูกค้าให้มารับของด้วยตนเอง แต่เมื่อลูกค้ามาถึงจุดนัดหมาย ตรวจสอบสินค้าแล้วโอนเงินให้ตามที่ได้ตกลงไว้ แก๊งระยำนี้กลับได้ยกพวกกว่า 10 คน รุมล้อมและใช้อาวุธปืนจี้ ปล้นทั้งเงินและทั้งปืนกลับไป ซึ่งขณะนี้มีผู้ได้รับความเสียหายจากการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 20 ราย

ในชั้นจับกุม นายนวและนายอารักษ์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นายเสือ หัวหน้าแก๊ง ได้รู้จักและเป็นเพื่อนกับนายเก๋า หัวโจก และนายกี้ มาตั้งแต่สมัยวัยเด็กชั้นประถม ก่อนจะได้แยกย้ายกันไปและโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งเมื่อทุกคนอายุได้ประมาณ 17 ปี ซึ่งในขณะนั้นพวกของตนได้เริ่มเกเรและมักจะมีเรื่องกับกลุ่มคู่อริต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง

ทำให้เริ่มสนใจการเก็บสะสมอาวุธปืนในลักษณะที่เป็นปืนไทยประดิษฐ์ จนเมื่อประมาณต้นปี 2566 นายเก๋าได้เคยสั่งซื้ออาวุธปืนจากทางออนไลน์และกำลังจะเดินทางไปรับพัสดุที่ได้สั่งซื้อไว้ แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้พร้อมกับของกลางเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก ทำให้ต้องโทษคดีเป็นครั้งแรก และได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำประมาณ 10 วัน ก่อนจะได้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดีจนถึงปัจจุบัน

หลังจากนายเก๋าได้ประกันตัวออกมานั้น ได้กลับมารวมกลุ่มกันตั้งแก๊ง “ทางเดินเสือ” โดยมีนายเสือเป็นหัวโจก และได้เริ่มสะสมอาวุธปืนมากขึ้น โดยจะสั่งซื้อจากทางออนไลน์ในราคากระบอกละ 500-2,000 บาท และบางครั้งก็จะใช้วิธีการ “ตบ” หรือยึดปืนเอาจากคนอื่นมาเป็นของตน จากนั้นจึงได้เริ่มขายอาวุธปืนทางออนไลน์ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กและ ไลน์ โดยจะขายในราคาประมาณกระบอกละ 5,000-20,000 บาท  

โดยในช่วงพีคตนเองกับพวกเคยมีรายได้จากการขายปืนมากสุดเดือนละประมาณ 20,000 บาทต่อคน
ส่วนอาวุธปืนของกลางที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดได้วันนี้เป็นปืนของสะสมของนายเสือ นายเก๋า และนายกี้ ส่วนอาวุธปืนที่ได้แพคใส่กล่องพัสดุเรียบร้อยแล้วนั้น นายเก๋ากับนายกี้เตรียมจะไปส่งขายในราคา 5,000 บาท แต่ลูกค้ายังไม่ได้โอนเงินจึงยังไม่ได้นำไปส่ง ก่อนจะมาถูกจับกุมในวันนี้

ส่วน นายณัฐวุฒิ หรือ เสือฯ ยังปากแข็ง เลือกตัดขาดโยนความผิดให้เพื่อนรับเต็มๆ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เช่นเดียวกันกับ ผู้ถูกจับอีก 3 คน ที่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาโดยอ้างว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นใดในการค้าขายอาวุธปืนเถื่อนมาก่อนหลังจับกุมตัว ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ส่งพนักงานสอบสวน สน.หนองจอก เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า เราไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของคนร้าย เพราะคนร้ายกลุ่มแก๊งนี้ถือได้ว่าเป็นภัยร้ายที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนในละแวกดังกล่าว ซึ่งอาวุธปืนเถื่อนถือเป็นสารตั้งตนที่อาจนำไปสู่หายนะ หรืออาชญากรรมที่รุนแรงได้ จนมีประชาชนเข้ามาร้องเรียนผ่านเพจสืบนครบาลให้จัดการโดยเร่งด่วน ผมจึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนว่า หากพบเห็นการซื้อขายปืนเถื่อนหรืออาวุธในโลกออนไลน์ และหากท่านทราบเบาะแสโปรดแจ้งข้อมูลมาที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพราะแม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาการ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.