รองผบช.ปส.เผย’เบนซ์ เรซซิ่ง’มีสงสัยหลายปม ให้ปปง.สอบเส้นทางเงิน ยืม6ล.ซื้อลัมโบร์กีนี-ใช้หนี้’บอย’1.9ล.

4.02.17 | 13:40 น.

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (รอง ผบช.ปส.) เผยถึงความคืบหน้าหลังจากสอบปากคำนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง ว่า หลังการสอบปากคำเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนยังไม่มีการนัดหมายการเข้าพบครั้งถัดไป แต่ทราบว่าขณะนี้นายอัครกิตติ์อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเข้ามาชี้แจงเรื่องประเด็นต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อขอตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะประเด็นเงิน 6 ล้านบาท ที่นายอัครกิตติ์อ้างว่าได้ขอยืมจากนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย ซึ่งเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดของ นายไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาเสพติดชาวลาว เพื่อตรวจสอบว่ามีการยืมเงินเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และเงินดังกล่าวมีที่มาอย่างไร หรือพฤติการณ์มีลักษณะเป็นตัวแทนในการดำเนินการซื้อรถ แทนนายณัฐพลหรือไม่ เนื่องจากนายณัฐพลนั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดซึ่งไม่สามารถครอบครองทรัพย์สินใดๆ ได้

ส่วนประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ที่รู้จักและสนิทสนมกันจากความรักชอบเรื่องการแต่งรถระหว่างนายอัครกิตติ์และนายณัฐพลนั้น มองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ส่วนที่ยังสงสัยคือประเด็นเรื่องการยืมเงิน 6 ล้านบาท ที่เป็นการให้ยืมโดยไม่มีหลักประกันใดๆ ซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ตัวนายณัฐพลเคยยืมเงินนายอัครกิตติ์ 5 แสนบาท โดยจะต้องมีทะเบียนรถโฟล์ก ทะเบียน กจ 51 วางไว้เป็นหลักประกัน และยังมีประเด็นสงสัยเรื่องที่นายอัครกิตติ์ได้โอนกรรมสิทธิ์รถโฟล์กที่มีราคาหลักล้านบาท ซึ่งสูงเกินกว่าเงินที่ให้นายณัฐพลยืมมาเป็นของตนเอง ซึ่งในการสอบปากคำนายอัครกิตติ์ก็ยังไม่ได้ตอบรายละเอียดในเรื่องนี้ และระหว่างการซักถามยังมีอีกหลายประเด็นที่พนักงานสอบสวนเกิดข้อสงสัย เช่น กรณีการถอนเงินสดธนาคารทยอยใช้หนี้ให้กับนายณัฐพล ที่อ้างว่าถอนเงินครั้งแรก 1.9 ล้านบาท ซึ่งตัวนายอัครกิตติ์ก็น่าจะทราบดีว่าอยู่ในข่ายเป็นธุรกรรมต้องสงสัย รวมถึงประเด็นอื่นๆ อีกหลายประเด็น แต่ขณะนี้นายอัครกิตติ์ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา จึงเป็นเพียงการซักถามเพื่อรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดก่อนเท่านั้น

พล.ต.ต.ชาตรีกล่าวอีกว่า ขณะนี้หมายจับยังมีอยู่เพียง 9 ฉบับ ยังไม่มีการออกหมายจับผู้ใดเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่แวดล้อมนายอัครกิตติ์ หรือนายณัฐพล เนื่องจากการพิจารณาต้องว่าไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ

ด้าน พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.กล่าวว่า ในส่วนของรถลัมโบร์กีนี ที่มีการนำรถไปจอดทิ้งไว้บริเวณคาร์แคร์ย่านรามอินทรา และรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สีส้ม ยี่ห้อเคทีเอ็ม ที่นำมาจอดไว้บริเวณกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหาพยานหลักฐาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าใครเป็นผู้นำไปจอดทิ้งไว้ และจอดในช่วงเวลาใด

ส่วนประเด็นนายอู๋ ปังโอฬารภาวะกุล ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเครือข่ายค้ายา “ไซซะนะ” ที่แนวทางการสืบสวนระบุว่า มีความสนิทกับนายณัฐพลและนายอัครกิตติ์นั้น ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้เชิญตัวมาสอบปากคำแล้วเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ โดยยังไม่สามารถเปิดรายละเอียดการสอบสวนได้ ส่วนจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ ให้เป็นดุลพินิจของคณะพนักงานสอบสวน

Advertisement

พล.ต.ต.พรชัยกล่าวอีกว่า ในส่วนของข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของคดีนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด จะมีการประชุมสรุปความคืบหน้าอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ โดยมี พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส.เป็นประธานในการประชุม ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนหลังการประชุมเสร็จสิ้น