รองผบช.ปส.ไม่เชื่อคำให้การ”เบนซ์” ปมยืม 6 ล้าน ฟังไม่ขึ้น หากแจงหลักฐานไร้น.น. แจ้งข้อหา”ฟอกเงิน-สมคบค้ายา”

4.02.17 | 15:02 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ซึ่งเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดของ นายไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาเสพติดชาวลาวได้ให้เงินจำนวน 6 ล้านบาทแก่ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ว่า จากการสอบปากคำนั้น นายอัครกิตติ์ ให้การว่าที่นายณัฐพลให้ยืมเงินถึง 6 ล้านบาทนั้น เพราะมีความสนิท คุ้นเคยกัน และตัวนายอัครกิตติ์ มีรถที่กำลังจะขายอยู่ มูลค่าประมาณ4-5ล้านบาทอยู่แล้ว และมาพบประกาศขายรถลัมโบว์กีนี จึงเกิดกลัวว่าจะมีคนตัดหน้าซื้อรถลัมโบว์กีนีไปก่อน จึงขอยืมเงินนายณัฐพล 6ล้านบาท ไปดาวน์ รถลัมโบว์กีนี ซึ่งรถคันดังกล่าวมีราคากว่า 10 ล้านบาท

เมื่อถามว่าการยืมเงินโดยไม่มีการทำสัญญาเป็นหลักฐานนั้นจะฟังขึ้นหรือไม่ พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวว่าในความรู้สึกส่วนตัวนั้นฟังไม่ขึ้นแต่เมื่อเป็นเจ้าพนักงานย่อมไม่สามารถไปตัดสินได้ทันที ต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสินซึ่งก่อนที่จะถึงขั้นตอนศาล จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆประกอบกับคิดของตน และคำกล่าวอ้างของ นายอัครกิตติ์ ให้ศาลเป็นผู้พิจารณา

เมื่อถามต่อว่าที่บอกให้ศาลเป็นคนตัดสินแปลว่าต่อไปจะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาใช่หรือไม่และเบื้องต้นสามารถแจ้งข้อกล่าวหาอะไรได้บ้าง พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวว่ามองว่าในที่สุดจะไปถึงจุดนั้น แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นต้องดำเนินการหาหลักฐานต่างๆแต่ถ้าหาแล้วพบว่าสิ่งที่ นายอัครกิตติ์ ให้ปากคำมานั้นมีเหตุผลและเป็นเรื่องจริง ก็ต้องเชื่อว่าว่าเขาพูดจริง แต่ถ้าพยานหลักฐานออกมาไม่มีน้ำหนักว่า นายอัครกิตติ์ พูดจริงเลยเราก็ต้องดำเนินการต่อ มิเช่นนั้นจะตอบคำถามตัวเองและสังคมไม่ได้ว่าทำไมปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการตามที่ควรจะเป็น ส่วนเบื้องต้นจะเข้าข่ายที่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาใดได้บ้างนั้น ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินก็จะเกี่ยวข้องกับกฎหมายการฟอกเงิน แต่ถ้าหากพยานหลักฐานพบว่ามีการรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดก็จะขยับเข้าไปตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 2534 ในเรื่องการสนับสนุนสมคบ

ถามต่อว่า นายอัครกิตติ์ นำเอกสารหลักฐานใดมาชี้แจงบ้าง และจะเรียกมาอีกในวันใด พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวว่ามีการนำทะเบียนรถ ทะเบียน 51 ที่เป็นปัญหาว่าเป็นทะเบียนรถยี่ห้อโฟล์คอีกคันแต่นำทะเบียนมาติดกับรถลัมโบร์กีนี ส่วนเรื่องจะเรียกมาอีกในวันไหนนั้น มี 2 ประเด็นประเด็นแรกคือ นายอัครกิตติ์ บอกว่าเอกสารต่างๆนั้นยังเตรียมมาได้ไม่ครบ เนื่องจากตัวนายอัครกิตติ์อ้างว่า ได้ทำธุรกิจซื้อขายรถมาหลายปีแล้ว มีรถที่มีมูลค่าสูงผ่านมือหลายคัน โดยตัวนายอัครกิตติ์ ได้พยายามพิสูจน์ว่าได้ทำธุรกิจลักษณะนี้มาตลอดตั้งแต่ยังไม่รู้จักกับนายณัฐพล ถ้ามีความพร้อมนายอัครกิตติ์จะนำหลักฐานมาให้ปากคำเพิ่มเติมเอง ส่วนประเด็นที่ 2 คือขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังนำคำให้การต่างๆทั้ง ของนาย อัครกิตติ์ และมารดา และคนรอบตัวรวมถึงการตรวจสอบจากทาง ธนาคาร หรือการขนส่ง ก่อนที่จะเชิญมาชี้แจงเพื่อให้เคลียร์ ส่วนที่มีการสอบปากคำเมื่อวานเป็นการสอบเบื้องต้นโดยเป็นการให้ นายอัครกิตติ์ เปิดใจก่อน ยังไม่อยากซักอะไรมาก หรือซักแล้วไม่ตอบเราก็ไม่ได้คาดคั้น เพราะถือเป็นการร่วมมือในฐานะพยาน ส่วนการเรียกให้ปากคำครั้งหน้าคงไม่ถึงกับต้องออกหมายเรียก แต่ถ้าเชิญตัวแล้วไม่มา มีหมายเรียก2ครั้งแล้วจะสามารถออกหมายจับ แต่เบื้องต้นในภาพรวมยังได้รับความร่วมมือดี แต่ภาพรวมยังมีข้อสงสัยอยู่ ข้อมูลยังไม่กระจ่าง แต่ไม่ได้หมายความว่าเข้าไม่ให้ความร่วมมือ ค่อยมาว่ากันรอบสอง ส่วนช้าเร็วแค่ไหนยังระบุไม่ได้

เมื่อถามอีกว่าจะต้องมีการเรียกดาราสาวภรรยานายอัครกิตติ์มาสอบปากคำด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวว่า ในขณะนี้ยังห่างมาก แต่ถ้าจะมีการสอบก็จะสอบประเด็นกับเรื่องรถลัมโบร์กีนีว่าเป็นของนายอัครกิตติ์จริงหรือไม่ ในกรณีถ้าไม่เชื่อว่ารถเป็นของนายอัครกิตติ์จริง

Advertisement

ถามต่ออีกว่า จะมีการเรียกคนในวงการบันเทิงมาสอบปากคำเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่ได้กำหนด กำลังอยู่ระหว่างดูข้อมูลอยู่ ซึ่งมีภาพปรากฏว่ามีการพบปะของกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดกับบางคนซึ่งบางทีก็อาจเป็นเรื่องปกติที่มีงานอีเวนท์ หรือการจ้างงานธุรกิจซึ่งเราจะไม่ก้าวล่วงตรงนั้น แต่ถ้าหากว่าทุกงานมีดาราคนเดิมปรากฏอยู่ก็อาจต้องสงสัย

เมื่อถามอีกว่า พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) จะลงไปขยายผลเครือข่ายยาเสพติดทางภาคใต้หรือไม่ พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวว่า ทาง พล.ต.ท.สมหมาย จะลงไปด้วยตัวเองหรือไม่คงตอบแทนไม่ได้ แต่ได้มีการสั่งการให้มีการดำเนินการอยู่แล้ว เพราะว่าตอนนี้ยาเสพติดลงใต้เยอะมากและมีความเชื่อมโยงกันกับเครือข่ายนายไซซะนะ เนื่องจากยาเสพติดเชื่อมโยงกันหมด ทั้งทางภาคเหนือและอีสานด้วย