ตร.ถกยธ.หาข้อสรุป”ครูจอมทรัพย์” จเรฯยันไม่พบตร.ทำงานพลาด ถือเป็นกรณีศึกษาทำงานร่วมกัน

6.02.17 | 16:36 น.

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดยธ.พร้อม พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันประชุมเพื่อหาข้อสรุปคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโครต หรือครูจอมทรัพย์ ผู้ต้องหาในคดีขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ติดคุก 1 ปี 6 เดือน ต่อมาร้องเรียนขอให้รื้อฟื้นคดีใหม่

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อประสานงานในเชิงลึกร่วมกันเบื้องต้นต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง โดยยธ.จะทำในส่วนของการอำนวยความยุติธรรมให้กับครูจอมทรัพย์ ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ละฝ่ายสืบสวนสอบสวนว่าได้ข้อมูลใดมา แล้วนำมาแลกเปลี่ยนคุยกัน โดยเฉพาะในข้อมูลเชิงลึก

ผู้สื่อข่าวถามว่าครูจอมทรัพย์ยังจะเป็นแพะอีกหรือไม่ พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า ทั้งสองหน่วยทำงานเพื่อส่วนร่วมสังคมและประชาชน สำหรับในส่วนพยานหลักฐานที่แต่ละฝ่ายได้มาความคิดเห็นอาจจะไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นหน้าที่นำเสนอและรอรับฟังคำตัดสินจากศาลที่จะมีคำพิพากษา โดยเป็นไปไม่ได้ที่จะมาคุยกันในวันนี้แล้วจะมีความเห็นไปในทางเดียวกัน เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ต่างกัน

พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ให้มาประชุมร่วมกับยธ. และขอเรียนกับสื่อมวลชนว่า เรื่องการรื้อฟื้นคดีเป็นสิทธิ เมื่อบุคคลรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและได้ใช้สิทธิ เราต้องให้การสนับสนุนและในส่วนจะดำเนินการต่อคือ วันที่ 8-10 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะมีการพิสูจน์พยานกันที่ศาลจังหวัดนครพนม

“โดย ผบ.ตร.และผมได้สั่งการให้ ผบช.ภ.4 ให้ช่วยดูแลอำนวยความสะดวกให้กับพยาน ซึ่งเป็นบุคคลที่ไปใช้สิทธิตรงนั้น ให้ดำเนินการไปด้วยความราบรื่น นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังฝากอีกว่าในกระบวนการรื้อฟื้นคดีเป็นบทเรียนที่ให้พวกเราได้ศึกษาหลายๆทั้งเรื่องการทำงานของตำรวจ ขณะเดียวกันได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของคนในสังคมว่าให้ความสนใจอย่างยิ่ง ซึ่งมองถึงเรื่องการปฏิรูปตำรวจและเป็นอุทาหรณ์ของพนักงานสอบสวนที่ต้องทำงานรัดกุม จากเดิมทำเต็มร้อยแล้ว ต่อไปต้องทำให้เกินร้อยอีก และรอบคอบในการรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากสังคมให้ความสำคัญอย่างมาก” พล.ต.อ.ปัญญา กล่าว

Advertisement

พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องครูจอมทรัพย์ ตร.ได้รับความกระทบเรื่องความเชื่อมั่นพอสมควร ทั้งในความรู้สึกและความเชื่อมั่นต่างๆ และในส่วนของพนักงานสอบสวนก็ถูกผลกระทบพอสมควร เรื่องนี้เป็นบทเรียนที่ได้เรียนรู้ร่วมกันและได้รู้ว่าสังคมพัฒนาไปถึงการเป็นนักสืบกันแล้ว เช่น มีการติดตามสืบความเป็นอยู่ของครูจอมทรัพย์ ฯลฯ ถือเป็นเรื่องดีโดยในอนาคต ทางตำรวจกับ ยธ.จะทำงานร่วมกันในเรื่องของการรื้อฟื้นคดีและเรียกร้องความเป็นธรรมและเคสอื่นๆต่อไป ซึ่งจะเสนอ ผบ.ตร.จัดคนมาดูแลคดีเหล่านี้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าตำรวจยังเชื่อหรือไม่ว่าครูจอมทรัพย์ไม่ใช่แพะ พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า เมื่อประชาชนไม่เชื่อว่าได้รับความเป็นธรรมก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายต่างๆที่จะเข้ามาค้นหาความจริง ซึ่งข้อมูลที่ได้มาเราประสานกับ ยธ.ในเชิงลึก ส่วนจะสรุปรื้อฟื้นคดีหรือไม่ และครูจอมทรัพย์จะเป็นผู้บริสุทธิ์หรือไม่ คงต้องรอคำตัดสินจากศาล

ถามว่าเป็นความผิดพลาดของฝั่งตำรวจหรือไม่ในการทำงาน พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่พบตรงจุดนี้ และจากการตรวจสอบพนักงานตำรวจในคดีนี้ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุขับรถยนต์ชนจักรยานจนมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดขึ้นวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548 ห่างจากสถานีตำรวจเรณูนคร ไปประมาณ 10 กิโลเมตร และเมื่อรับแจ้งและไปถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีคนมุ่งจำนวนมาก เพราะบริเวณนั้นมีการจัดงานและมีพยานเห็นเหตุการณ์มากมาย จากนั้น 12 มีนาคม ได้เรียกผู้ใหญ่บ้านของผู้ตายมาสอบปากคำจนได้เบาะแสเรื่องรถและพยาน ต่อมาวันที่ 13 มีนาคมได้เชิญพยานมาสอบปากคำจนสามารถติดตามรถคันก่อเหตุได้ และได้เรียกตัวนายประพัฒน์ แสนโครต มาสอบปากคำวันที่ 8 เมษายน 2548 ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่วิทยาการมาตรวจสภาพรถ ส่วนที่เจ้าหน้าที่วิทยากรตรวจไม่ได้ก็ส่งให้ส่วนกลางมาตรวจ กระทั่งผลออกช่วงเดือนมิถุนายนจึงเป็นที่มาการสรุปสำนวนสั่งฟ้อง ซึ่งการดำเนินการในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ไม่พบความผิดปกติ

ถามว่าตำรวจยืนยันหรือไม่ว่ามีขบวนการแสวงหาผลประโยชน์จากคดี พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวปฎิเสธที่ตอบ แต่ขอให้รอที่กระบวนศาล

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า การทำงานของตำรวจและยธ.เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ 2 หน่วยงานจะได้ทำงานร่วมกันและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แม้ว่าจะทำคนละหน้าที่ ซึ่งจะได้ใช้เป็นกรณีศึกษาว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด