ตร.เดินหน้าปฏิรูป อัพเกรดบริการ 1,482 โรงพัก บิ๊กตร.ดีเดย์สุ่มตรวจสัปดาห์หน้า

8.02.17 | 12:35 น.

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) แถลงถึงการปฏิรูปตำรวจในแนวทางยกระดับสถานีตำรวจในการให้บริการประชาชน ว่า การปฏิรูปองค์กรตำรวจมีความคืบหน้าไปมาก โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.แบ่งการปฏิรูปเป็น 2 ส่วน 1. ในภาพรวม โดยดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลที่กำหนดโรดแมประยะ 1ปี 3ปี 5ปี และ 20 ปี ซึ่งปรับลดจาก 10 ด้านเหลือ6 ประกอบด้วย ด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การปฎิรูปด้านโครงสร้าง การให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในองค์กร ด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ และด้านการสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งการปรับเป็นไปตามขั้นตอน โดยมีคณะทำงานขึ้นมาดูแลคาดว่าในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้จะนำเสนอแนวทางการปฏิรูปในส่วน ตร.เสนอต่อรัฐบางได้ 2.การปฏิรูปเฉพาะหน้า เช่นการปฏิรูปสถานีตำรวจ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรองผบ.ตร. ที่มีการจัดทีมสืบสวนสอบสวน

รองผบ.ตร.การปฏิรูปสถานีตำรวจในครั้งนี้ จะดำเนินการการบริการประชาชน ทุกรูปแบบทั้งในและนอกสถานีตำรวจ เน้นในภาพรวม ตำรวจมีกิริยาวาจาสุภาพในการบริการประชาชนมากขึ้นกว่าเดิม การบริการนอกสถานที่รวดเร็ว อยู่ภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน โดย ผบ.ตร.สั่งการไปยังตำรวจทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผบ.ตร. ประชุมกับรองผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ ถึงผู้ช่วยผบ.ตร. ที่รับผิดชอบพื้นที่ให้ลงไปขับเคลื่อนการปฏิรูปโรงพัก 1,482 สถานีและกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด โดยใช้วิธีลงพื้นที่ตรวจอย่างเป็นทางการและสุ่มตรวจ โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เพื่อตรวจสอบว่าได้ทำตามทีมอบหมายหรือไม่ นำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขต่อไป ทั้งนี้เพื่อตอบสนองการบริการประชาชนให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้รองผบ.ตร. คาด เสนอแนวทางการปฎิรูป 6 ด้าน ให้รัฐบาลได้ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ – จ่อสุ่มตรวจโรงพัก1,482แห่ง ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าจะเริ่มลงพื้นที่สุ่มตรวจเพื่อดูการปฎิบัติว่าเป็นตามแนวทางที่มอบหมายหรือไม่ มีพัฒนาการตามที่ประชาชนมุ่งหวังหรือไม่ โดยเฉพาะสถานีตำรวจที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน

พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ กล่าวว่าในการปฎิรูปด้านการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้นั้น ยอมรับว่ายังติดขัดเรื่องของงบประมาณ การเสนอของบประมาณมาจัดซื้อต้องใช้เวลา แต่อย่างไรก็ตามสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอให้มีการนำกล้องติดในรถตำรวจ และกล้องติดตัวตำรวจ ซึ่งดำเนินการจัดซื้อแล้ว 60,000ตัว และจะดำเนินการให้ครบ 1.5 แสนตัว เนื่องการติดตั้งกล้องนั้นจะช่วยให้การทำงานการอำนวยความยุติธรรมเป็นไปอย่างถูกต้องโปร่งใส เพราะใช้เป็นหลักฐานในการทางคดีได้