เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงศาลจังหวัดนครพนมนัดสืบพยานในคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครู ชาว จ.สกลนคร ตกเป็นจำเลยในคดีขับรถยนต์ชนคนตาย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548 โดยขับรถยนต์ชน นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี ชาวบ้านพระซอง ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม เสียชีวิต บริเวณถนนเขตบ้านสร้างเม็ก ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม จนกระทั่งมีการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมถึง 3 ศาล ซึ่งมีคำพิพากษาให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 แต่หลังจำคุกได้ 1 ปี 6 เดือน ได้รับการอภัยโทษออกมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2558 ภายหลังได้มีการร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม อ้างว่าตกเป็นแพะ ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม รับคำร้องรื้อฟื้นคดี เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2559 และศาลจังหวัดนครพนม ได้นัดสืบพยาน ทั้งผู้ร้อง และผู้คัดค้าน ตั้งแต่วันที่ 8 -10 กุมภาพันธ์ ว่าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับทีมกฎหมายที่ได้ช่วยเหลือนางจอมทรัพย์ในเรื่องของการหาหลักฐานในการรื้อฟื้นคดี พร้อมทั้งได้มีการเตรียมความพร้อมในการขึ้นศาลเบิกความสำหรับวันนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงยุติธรรม และทีมงานทั้งหมดได้มีการพูดคุยกันหลังจากผ่านการขึ้นศาลเบิกความในวันแรกแล้ว ซึ่งผลเป็นที่น่าพอใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ท้ายที่สุดแล้วจะมีการนำตัวนายสับ วาปี ซึ่งเคยออกมายอมรับว่าเป็นเจ้าของรถและเป็นคนขับรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน กค 56 มุกดาหาร ชนคนตาย ขึ้นเบิกความต่อศาลหรือไม่ พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าวว่า ท้ายที่สุดแล้วไม่ให้นายสับขึ้นเบิกความ ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้แล้วว่ากรณีของนายสับทำให้เกิดความสับสนได้ เพราะไม่มีมาตรฐานไหนบอกว่าการที่ออกมารับสารภาพและมีการจ่ายเงินจ่ายทองให้กับญาติผู้เสียชีวิต จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของคำตัดสินได้ เพราะใครก็สามารถทำได้
“ผมก็ได้บอกแล้วว่ามันข้ามขั้นตอนของการจับเท็จ และไม่ได้มีการฟ้องร้องนายสับในชั้นศาลให้ศาลลงโทษจนถึงที่สุด จึงเข้ามาสู่กระบวนการรื้อฟื้นคดี ดังนั้น ถ้าเราตัดประเด็นตรงนี้ออกไป ประเด็นด้านวิทยาศาสตร์จะสำคัญมากที่สุด คือถ้ารถยนต์ของครูจอมทรัพย์ไม่เคยเฉี่ยวชน ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุมา เท่ากับว่าครูจอมทรัพย์อาจจะเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเราทราบมาว่าไม่มีประจักษ์พยานคนไหนที่เห็นว่าครูจอมทรัพย์เป็นคนขับรถยนต์เลย” พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าว
ถามต่อว่า จะมีการฟ้องร้องเอาผิดกับพนักงานสอบสวนที่สำนวนคดีนี้หรือไม่ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ดูให้ความเป็นธรรมกับนางจอมทรัพย์ ส่วนเรื่องอื่นก็ต้องดูทางต้นสังกัดของเขาว่าเขาได้ทำตามอำนาจหน้าที่เขาหรือไม่ และก็ได้เคยพูดคุยกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่า ณ วันเวลาที่เกิดเหตุนั้น เรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังไม่พัฒนาเท่ากับทุกวันนี้

