จากกรณีนายรัติภูมิ พิมใจใส อายุ 34 ปี เซลส์แมนขายรถ หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2559 ต่อมาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีศพชายนิรนามถูกส่งตัวมารักษาที่รพ.ศิริราช เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559 เวลาประมาณ 20.38 น. จึงไปตรวจสอบ ภายหลังทราบว่าศพดังกล่าวคือ นายรัติภูมิ พิมใจใสที่หายตัวไป จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ คณะแพทย์ได้ออกมาแถลงผลการชันสูติพลิกศพว่า เป็นการเสียชีวิตด้วยอาการแทรกซ้อน ภาวะตับและไตล้มเหลว รวมทั้งพบสารเมทแอมเฟตามีนในเลือด และญาติได้ติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่วัดช่องลม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรีแล้วนั้น
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่สน.ตลิ่งชัน พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน รองผบก.น.7 พ.ต.อ.ธนวรรธน์ ตาระกา ผกก.สน.ตลิ่งชัน และเจ้าหน้าตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมคลี่คลายคดี
พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนายรัตภูมิ หายตัวไป และญาติได้ติดใจในบางประเด็น พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. จึงได้มอบหมายให้มาตรวจสอบข้อเท็จจริง วันนี้จึงมีการเรียกประชุมทั้งฝ่ายสืบสวน ฝ่ายสอบสวน ฝ่ายปราบปราม นายฐิติ ไกรรักษ์ อายุ 29 ปี และนายวิธัช วงษ์ชารี อายุ 19 ปี อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อพปร.)ที่ไปพบนายรัติภูมิวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้มอบหมายงานให้ฝ่ายต่างๆ ไปทำงานแล้ว ส่วนประเด็นที่ญาติติดใจคือ มีใครบังคับให้เสพยาหรือไม่ ที่แพทย์ลงความเห็นว่ามีสารเสพติดในร่างกาย และประเด็นที่ว่ามีการทำร้ายร่างกายหรือไม่ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน คงทราบผล และความจริงทั้งหมดจะกระจ่าง
พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนบาดแผลที่พบบริเวณใบหน้านั้น พอทราบได้ว่าในวันที่พบนายรัติภูมิ บริเวณหน้าปั้มน้ำมันบางจาก ตอหม่อที่147นั้น นายรัติภูมิมีอาการคลุ้มคลั่ง โดยเอาใบหน้าทั้ง 2 ข้าง ถูกับพื้น เจ้าหน้าที่อพปร.ได้นำน้ำเกลือไปเช็ดหน้าให้ ก่อนจะนำไปส่งรพ.ศิริราช เบื้องต้นขอสอบแพทย์ให้เรียบร้อยก่อน เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ต่างๆ คาดว่าในวันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ จะทราบผล และสามารถชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ได้

ด้านนายฐิติ กล่าวว่า ในวันที่เจอนายรัติภูมิครั้งแรกบริเวณหน้าปั้มบางจาก คิดว่าคนละคนกัน เนื่องจากภาพในรูปที่เผยแพร่ นายรัตภูมิใส่สูท หน้าจะอวบอิ่ม ผิวใส แต่บุคคลตรงหน้า ต่างกันมาก ทั้งผอม แก้มตอบ โทรม จึงไม่เอ๊ะใจอะไร ถ้าตนรู้ว่าบุคคลที่พบคือนายรัติภูมิ ตนออกมาช่วยตามหาตั้งแต่วันแรกแล้ว
ด้านนายวิธัชกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุตนกับนายฐิติกำลังจะไปเข้าเวรกันตามปกติ ต่อมาเด็กปั้มน้ำมันบางจากได้ติดต่อหานายฐิติว่ามีชายนิรนามโดนรถเฉี่ยวจึงออกมาดู เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็เห็นบุคคลดังกล่าวล้มอยู่เกาะกลางถนน และเดินไปเดินมา จนสะดุดล้ม หัวฟาดกับแผงเหล็ก จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่สน.ตลิ่งชัน เมื่อเจ้าหน้าที่มาก็จับใส่กุญแจมือ แต่ชายคนดังกล่าวดิ้น ตัวเกร็ง และเอาหน้าถูกับพื้น จึงจับกดลงกับพื้น และอุ้มมาบริเวณข้างทางบรมราชชนนีขาออก91 โดยจับนอนหงาย มือทั้ง 2 ข้างไขว้ไปด้านหลัง ระหว่างรอรถเจ้าหน้าที่มารับ ก็ทำความสะอาดใบหน้าให้ และคุมตัวมาที่สน.ตลิ่งชัน แต่ชายนิรนามคนดังกล่าวมีอาการชักเกร็ง ตาเหลือก จึงนำส่งรพ.ศิริราช
ด้านผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งแต่มีข่าวนายรัติภูมิ หายตัวไป ได้รับการติดต่อ หรือติดต่อไปหาใครบ้างหรือไม่ นายฐิติ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ติดต่อมาหาเมื่อ 2 วันที่แล้ว โดยให้ออกไปหาบริเวณปั้มน้ำมันบางจาก
ด้านผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ช่วงระยะเวลา 8 วันที่ผ่านมา ไม่สงสัยอะไรเลยหรือ นายฐิติกล่าว ถามว่าเอ๊ะใจบ้างหรือไม่ ตอบได้เลยว่า ตนไม่ได้ดูโซเชียลเลย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่นำรูปนายรัติภูมิมาให้ดู พอดูไปเรื่อยๆ เริ่มมีเค้าโครงเดียวกับชายนิรนามที่คลุ้มคลั่ง จึงแจ้งไปว่าได้นำส่ง รพ.ศิริราชไปแล้ว

